หน้าแรก

ประมวลภาพการปลดปล่อยจากต่างแดน A deliverance trip to Vietnam


   ภาพประทับใจจากการไปเวียตนามทริปปลดปล่อยครั้งที่สาม

ขอบพระคุณพระเจ้าที่ให้เราได้ไปรับใช้ถึงเมืองเว้ คริสตจักรข่าวประเสริฐเว้ ประเทศเวียตนาม คริสตจักรได้ต้อนรับทีมของเราทั้งๆ ที่เกิดความผิดพลาดเกี่ยวกับการนัดหมายไว้ก่อน ตอนที่เราไปพบศิษยาภิบาล อาจารย์ท่านยังแสดงความแปลกใจที่จู่ๆ ก็มีคนเข้าไปแวะเยี่ยม แถบยังบอกว่าขอแบ่งปันประสบการณ์รักษาโรค  อาจารย์เขาไม่ได้จัดเตรียมอะไรไว้เลย และการประชุมก็ไม่สามารถจัดได้อย่างกระทันหัน พี่น้องก็ไม่ทราบ และคริสตจักรใหญ่เขามีระบบระเบียบ จะทำอะไรต้องมีพิธีรีตรอง



เมืิ่อเราไปถึง เราได้บอกจุดประสงค์และบรรยายสรุปเกี่ยวกับพันธกิจของเรา  ต่อพี่น้องคริสเตียนที่เว้ศิษยาภิบาลบอกว่า เอ้างี้ก็แล้วกัน หลังจากที่เราอธิษฐานตีห้าเสร็จเราจะเปิดโอกาสให้คุณเป็นพยานระหว่างที่ทีมผู้นำของเรามารับประทานน้ำชากันก็แล้วกัน ผมก็ได้โอกาสก็เป็นพยานหนุนใจว่า ที่เรามานี่เราแวะนำความปรารถนาดีของคริสตจักรในประเทศไทยมาเยี่ยม 

เราได้รับทราบว่า เวียตนามปกครองระบบคอมมิวนิส มีประชาการแปดสิบกว่าล้านคน มีคริสเตียนประมาณร้อยละเจ็ด แต่เป็นคริสเตียนแบบโปรแตสแตนท์ไม่กี่คน ในเมืองเว้ คริสตจักรที่เราไปมีคริสเตียนเหลืออยู่ไม่เกินสองร้อยคน  ทราบว่ามีคนโบสถ์จริงๆ แค่ร้อยกว่าคนเท่านั้น  เราจึงอยากมาเยี่ยมหนุนใจ ศิษยาภิบาลก็บอกว่า คริสตจักรของเราเป็นแบบแบ๊ปติส  เราไม่ต้อนรับใครๆ ให้มาเทศนา หรือมาทำอะไรง่ายๆ แต่เนื่องจากเรามาไกล ศิษยาภิบาลจึงเปิดโอกาสให้เรามาร่วมสังเกตการอธิษฐานในตอนเช้า ตีห้าถึงหกโมง เพียง 1 วันเท่านั้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อผมนำเสนอความคิด และบอกวัตถุประสงค์การมาให้พี่น้องที่ร่วมโต๊ะชาด้วยกันในเช้าวันนั้น  หลังจากที่เราพูดไปไม่กี่คำ ก็มีพี่น้องบางเดินมาหาเราอย่างสนใจ
ผูหญิงคนหนึ่งเป็นภรรยาเจ้าของร้านขายนาฬิกาชื่อว่า คุุณ เฮือง (ชื่อแม่น้ำสำคัญหลักของเมืองเว้)
เธอพูดเป็นภาษาอังกฤษ กับผมแบบกระท่อนกระแท่น ผมจับใจความได้ว่าดังนี้

"อาจารย์ค่ะ ดิฉันมีโรคประจำตัวหลายอย่างค่ะ ดิฉันเป็นไมเกรนมา มากกว่าสิบปี นอนไม่หลับ ปวดแขนขวา  ปวดหลัง และปวดที่ปลายเท้าทั้งสองข้างค่ะ"

มีผู้ชายอีกคนหนึ่งก็มาหาพบ พูดภาษาอังกฤษสำเนียงเวียตนามปร่อเชียว บอกว่า

"พาสเตอร์ ผมติดสุรามาสี่สิบกว่าปีแล้วผมอยากเลิก และผมก็ไม่ค่อยสบายเป็นหลายโรคเลย"

ต่อจากนี้ก็มีอีกสองสามคนแสดงความต้องการให้เราอธิษฐานเผื่ออาการเจ็บป่วยต่างๆ

เมื่อเป็นดังนี้ ศิษยาภิบาลก็เลยบอกว่า
"เอ้างี้ก็แล้วกัน ให้พวกที่ต้องการรับการอธิษฐานเข้าไปรวมตัวกันในโบสถ์  แล้วให้อาจารย์อธิษฐานเผื่อ"

ผมก็เลยบอกว่า
"อาจารย์ใหญ่ครับ หากจะให้ผมอธิษฐานให้หายเลยนี่มันยากนา เพราะผมไม่ใช่ผู้วิเศษ ผมต้องขอให้พระเยซูรักษานา แล้วถ้าพี่น้องต้องการหายจริงๆ ต้องฟังคำสอนของผมก่อน"

ศิษยาภิบาลก็เเลยอนุญาตให้ผมเปิดสัมมนาเอนเคาเตอร์แบบไทยๆ ที่ผมปรับปรุงหลักสูตรมาจาก คริสตจักรปีเตอร์เชม มลรัฐซีดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเสียเลย

ผมสอนตั้งแต่ 8.30 จนถึงเวลาประมาณ 13.30 น. ปรกกฎว่าพี่น้องได้รับการชูใจ หายป่วยหายใข้คิดว่าน่าจะ 99 เปอร์เซนต์ เพราะพวกเขาเปิดใจให้พระเจ้ามากเหลือเกิน พี่น้องคืนดีกับพระเจ้าและได้รับการเยียวยาอย่างอัศจรรย์ ขอบคุณพระเจ้า

ผู้หญิงท่านนี้ได้รับการปลดปล่อยมากกว่าใคร และได้สามีสุดที่รักคืนดีกันด้วย
เธอป่วยสารพัดโรค ปวดหัวไมเกรน ปวดแขน นอนไม่หลับ ปวดปลายเท้า
เมื่อปรากฎว่า การเกิดการหายโรคขึ้นหลายราย ศิษยาภิบาลและคณะกรรมการคริสตจักรจึงขอให้เราอยู่ต่ออีก 1 วัน

ยังมีต่อ
ภาพการนมัสการตามบ้านของคริสเตียนลาว



      สภาพวิถีชีวิตคนท้องถิ่นชายแดนเวียตนาม


       สภาพโฮมเชิร์ทของคริสเตียนชายแดนลาว-เวียตนาม

การบำบัดเยียวยาและรักษา นำความปลื้มปิติมาสู่คริสตจักรข่าวประเสริฐเว้ ประเทศเวียตนาม อย่างมากมาย พี่น้องคืนดีกับพระเจ้า คนติดเหล้า 40 ปีเลิกได้
คนเป็นโรคนอนไม่หลับ หายป่วยนอนหลับสบาย
คนเป็นโรคไซนัส ปวดหัวซีกเดียว หายทันที
คนเป็นโรคโลหิตตก หามออกจากโรงพยาบาล มารับการอธิษฐานหายทันที
ขอบคุณพระเจ้า นี่คือสิ่งที่เหลือเชื่อที่ยังมีอยู่ในโลกยุคติจิตอล
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แล้วแต่ใคร
ใครเชื่อก็รับเอา ใครไม่เชื่อก็เชิญตามสบาย
ไปหาหมอเสียเงิน ไปหาผีเสียสุขภาพ ไปหาคนทรงโดนซ้ำ



ลองมาหาพระเยซูดูซิ แล้วคุณจะหายดี ไม่เคยเชื่อก็ต้องลองดูแล้ว
นี่คือพระคุณของพระเยซูคริสต์ที่ส่งผ่านมาทางผู้รับใช้ของพระเจ้าสายฆราวาส
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ พระเยซูไม่ได้ทำการอัศจรรย์ผ่านทางเสื้อครุยของนักการศาสนาเท่านั้น

ขอพระเจ้าอวยพรทุกคนที่เปิดมาเจอ

Evangelist Rice

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น