หน้าแรก

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Teaching-RW แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Teaching-RW แสดงบทความทั้งหมด

การปลดปล่อยคืออะไร:What is deliverance?

Deliverance from worldly, demonic, emotional, physical, spiritual influences of unclean spirits.

พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า

พระธรรมลูกา บทที่ 4 ข้อ 18-19

หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า การปลดปล่อย ความหมายตรงตัวก็ต้องแปลว่าปล่อยออกอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้เข้าใจให้ตรงกันในเรื่องเกี่ยวกับการปลดปล่อยที่ผมพูดถึงในเว็บนี้ ผมขอให้นิยามคำศัพท์ดังนี้

การปลดปล่อยแปลว่า การทำให้หลุดจากพันธนาการ การทำให้พ้นจากการผูกมัด การช่วยให้พ้นจากการเป็นทาส การช่วยให้หลุดพ้นจากเครื่องจองจำ ความสามารถในการละเลิกจากบาปบางอย่าง อารมณ์ร้ายบางอย่างอย่างสิ้นเชิง การหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานจากอาการหวาดกลัว หวาดผวา หรือสิ่งใดที่ขัดขวางไม่ให้ชีวิตมีสันติสุขในการดำเนินชีวิต การได้รับเสรีภาพจากความทุกข์ทรมานจากอดีต หรือคำแช่งสาป โรคร้ายที่คุกคามที่เกิดจากการคุกคามของอำนาจลึกลับ ที่แพทย์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ถ้าหากจะพูดให้เป็นภาษาที่คนไทยเข้าใจง่ายๆ อาจจะใช้คำว่า สะเดาะห์เคราะห์ การแก้กรรม เอาของออก ตักเวรตัดกรรม ไล่ผี ขับเสนียด หรือ การต่ออายุ อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าผมใช้คำเหล่านี้

ความหนอมแหนมที่อาจเป็นจุดอ่อน The Weakest Link that interferes life



ภัยใกล้ตัวที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่อาจนำมาสู่ความตกต่ำด้านจิตวิญญาณ

ตอนที่ 1 ทำไมเราจำเป็นต้องรู้จักพระเยซูคริสต์

ผมเกิดมาก็ได้เข้าสู่ศาสนาคริสต์ เพราะพ่อแม่ผมเป็นคริสต์ ก่อนที่ครอบครัวของผมจะมาเป็นคริสต์ พวกเขาเคยอยู่ในศาสนาที่นับถือผี ปู่ของผมเป็นจอมขมังเวทย์ แม่เล่าให้ฟังว่า แม้ปู่จะไม่เคยรู้จักพระนามพระเยซู แต่ปู่ก็สามารถทำหน้าที่ของจอมขมังเวทย์ได้ดีทีเดียว คือช่วยเป่า เสก ให้คนหายป่วยหายใข้ และบางครั้งก็ทำหน้าที่ไล่ผีปอบ ที่ชาวเหนือเขาเรียกว่า ผีกะได้ (ผีหิวโหย -เกิดจากการที่ผู้เลี้ยงผี เลี้ยงไม่ดีทำให้ผีหิวโหยแล้วมันไปรบกวนชาวบ้าน) ผีกะมีหลายประเภท ถ้าเป็นตัวใหญ่ๆ มีฤทธิ์มากไล่ไม่ค่อยออกเขาเรียกว่า ผีกะยักษ์ แต่เมื่อปู่แก่ตัวขึ้น ท่านก็พบว่าเวทย์มนต์คาถาที่ท่านใช้อยู่ต้องได้รับพลังจากวิญญาณครูอีกที หนึ่ง วิญญาณนี้คอยรบกวน และเรียกร้องเอาจากท่านไม่หยุดไม่หย่อน

นอกจากนี้ในการเป็นจอมขมังเวทย์ เล่นของเล่นไสยศาสตร์ต้อง มีข้อห้ามหลายอย่างไม่ให้ไปทำอะไรที่ผิดครู หากทำผิดก็จะถูกวิญญาณเข้าสิง ต้องใช้น้ำขมิ้นส้มปอย ใส่ขันน้ำไปราดหัวก่อนวิญญาณจึงจะหยุดอาระวาด

Wisdom, ใครๆ ก็อยากมีปัญญา แล้วมันอยู่ไหนล่ะ

อันนี่เขาเรียกว่า "ปัญญาหรือเปล่า" Is this what we call "Wisdom"?



ชาวโลกที่มีความฉลาดได้พยายาม หาวิธีสอนต่างๆ ให้คนฉลาดและมีความสำเร็จ เท่าที่อาจารย์สังเกตมีกฎหลายอย่างที่มนุษย์ได้ทำแล้ว ได้ผลดี ลองพิจารณาดูว่า ข้อใดที่พวกเราเห็นด้วยบ้าง

ก. มาก่อนย่อมได้สิทธิก่อน สำเร็จงานก่อน (การเข้าคิวรับบริการที่โรงพยาบาล)

ข. ระยะทางใกล้ที่ทำมาหากิน ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่อยู่ไกล (ค่าใช้จ่าย การเดินทาง ระยะเวลา, ต้นทุนในการขนส่ง)

ค. คิดได้ก่อนทำก่อน ย่อมได้รับผลก่อน เหมือนผลไม้ที่ออกผลต้นฤดูย่อมได้ราคาดีกว่า

ง. รูปร่างเหมือนกันอาจใจใช้แทนกันได้ บางครั้งหนามของต้นปาล์มก็เอามาทำไม้จิ้มฟันได้นะ

จ. เมื่อเราไม่มีฆ้อนสำหรับทุบหรือตีบางอย่าง คนฉลาดสามารถเอาสากกะบือมาทำแทนฆ้อนได้

ฉ. บางครั้งความแข็งแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด หรือน้ำหนัก ส่วนผสมไม่เหมือนกัน คุณสมบัติย่อมแตกต่างกันได้ ความคงทนต่างกัน อายุการใช้งานก็แตกต่างกัน โดยทั่วไปเราพบว่าของปลอมมีรูปร่างเหมือนกับของจริงมาก แต่การใช้งานจะแตกต่างกัน คนฉลาดจะเลือกใช้แต่ของดีเท่านั้น


ช. ความเที่ยงคือความมั่นคง เสาที่ตั้งลงพื้นใช้มุม 90 องศา ย่อมมีแนวโน้มว่ามั่นคงแข็งแรงกว่า เสาที่เอียง การเป็นคนตรงย่อมดีกว่าการเป็นคนที่ชอบลำเอียง

ซ. เชือกเส้นใหญ่ๆ เกิดจากด้ายเส้นเล็กๆ พันกันเป็นเกลียวอย่างมีระบบ จึงทำให้เกิดเชือกที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มคนที่ร่วมงานกันอย่างเป็นระบบจะทำให้กลุ่มของเขาเข้มแข็งและมีอำนาจใน การต่อต้าน หรือต่อสู้ได้

ฌ. การเข้าเป็นฝ่าย หรือเป็นแนวร่วมกัน ย่อมทำให้เกิดพลังในการต่อรอง พลังการต่อสู้ การใช้พลังสามัคคีย่อมดีกว่าการทำเพียงคนเดียว หรือเก่งอยู่คนเดียว

ญ. นักสนุกเกอร์ที่แม่นที่สุดในโลกยังต้องมีการฝึกซ้อมทุกๆ วัน วันละหลายๆ ชั่วโมง แล้วคริสเตียนที่ดีจะไม่อธิษฐาน อ่านและท่องพระคัมภีร์ได้อย่างไร


ฎ. การฝึกซ้อมทำให้เกิดความชำนาญ หลายๆ คนที่บอกว่าทำไม่ได้เพราะไม่เคย คำว่าไม่เคยทำคือคำแก้ตัวของคนที่ไม่เตรียมพร้อมก็อาจเป็นได้ คนมีสองมือ หนึ่งปาก และมีเวลาวันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากัน เขาทำได้ทำไมเราทำไม่ได้ล่ะ เรื่องประหลาดในใต้หล้าที่คนทำไม่ได้ แต่มีบางคนทำได้ มีปรากฎอยู่เสมอมิใช่หรือ แล้วทำไมเราไม่หัดทำบ้างล่ะ

ฏ. คนที่ว่ายน้ำไม่เป็น อาจไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสามารถที่ว่าย แต่ที่เขาว่ายไม่เป็นอาจเป็นเพราะไม่มีใครสอนเขาว่ายน้ำ ขาดโอกาสหัดว่ายน้ำในตอนเล็กๆ หรือที่แย่กว่านั้นคือ เขามีความฝังใจไม่ดีกับการว่ายน้ำก็เป็นได้

ฐ. คนที่มีแววเป็นผู้จัดการที่ดีเลิศ เขาจะรู้ว่า เวลาในอนาคต ใครจะต้องการอะไร เวลาไหนจะมีเหตุการณ์อะไร การคาดเดาของเขาจะทำให้เขาจัดเตรียมทุกๆ สิ่งให้พร้อมสำหรับอนาคต ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาบอกว่า เขาคือคนที่มีน้ำใจ มีวิสัยทัศน์ และเป็นผู้สำเร็จ เพราะเขาได้จัดเตรียมสิ่งที่คนธรรมดาไม่คาดคิดไว้พร้อม  สำหรับปัญหาและความต้องการของผู้คนที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาตดได้อย่างแม่นยำ

ฑ. ถ้าเรายับยั้งปากไม่ให้นินทาใครๆ ไม่นานเราจะมีเพื่อนฝูงที่รู้ใจมากมาย การนินทาคือวิญญาณอย่างหนึ่งที่สร้างความแตกแยก และเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า "ผู้ทำลาย" การนินทาจะแยกมิตรให้ออกจากกัน และสร้างความหวาดระแวงต่อกันและกัน ผู้ที่แอบกระซิบกันทำให้เมืองพินาศมามากต่อมาก

ฒ. การแสร้งทำเป็นหูหนวก ตาบอด และเป็นใบ้เสียบ้าง ชีวิตจะมีความสันติสุขมากขึ้น เพราะสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน อาจทำให้เราไขว่เขว่ การพูดมาก พูดพล่อยๆ ทำลายคนมามากแล้ว จงพูดในสิ่งที่สร้างสรรค์ดีกว่า การไม่พูดพล่อยๆ การไม่พูดบ่นเรื่องหยุมหยิมจะทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น

ณ. คนเกียจคร้านหลายคนปล่อยให้บ้านของตนเองสกปรกเป็นเวลาหลายปี กว่าจะรู้ว่าเป็นสุขนิสัยที่ไม่ดี เขาและคนในบ้านก็พากันป่วยด้วยสารพัดโรค เพราะแมลงสาป หนู เชื้อโรคต่างๆ พากันมาอยู่จนเต็มบ้านแล้ว ที่แย่ไปกว่านี้อีก คือว่าเชื้อโรคหลายชนิดแอบไปสร้างรังจนใหญ่โตในร่างกายของคนในบ้าน จนยากจะรักษาให้หายด้วยวิธีการง่ายๆ บางครั้งต้องใช้เวลาทั้งชีวิตจ่ายค่าความเกียจคร้านที่ไม่ดูแลบ้านให้สะอาดอย่างที่น่าจะเป็น

ที่น่าตกใจกว่านี้คือ คนที่เริ่มมั่งมีจากทรัพย์และฐานะ จะเริ่มสะสมรูปเคารพ พระต่างด้าวต่างๆ เป็นตู้ๆ เพื่อประกันความมั่งคั่ง ความมั่นคงของชีวิต เพื่อความอบอุ่นใจ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ บ้างสะสมไว้จนไม่มีที่เก็บ จึงต้องทำห้องพิเศษ เวลาผ่านไปไม่นานเขาไม่ทันสังเกตว่า ลูกหลานและคนในบ้านมีอาการป่วยด้วยโรคประหลาด รักษาก็ไม่หาย บ้างลูกหลานร้องไห้ตอนกลางคืน ใครมาเยี่ยมมานอนค้างคืนที่บ้านก็โดนวิญญาณรบกวน  แท้จริงเบื้องหลังรูปเคารพเหล่านั้น คือวิญญาณนานาชนิดที่แอบแฝงเข้ามา เมื่อเลี้ยงมันไม่อิ่มพอ มันจึงเริ่มลงมือกับคนในบ้าน และในตระกูลที่ผู้ปกครองมอบลูกหลานของเขาให้มันปกป้องดูแล จนกลายเป็นตระกูลที่มีโรคทางกรรมพันธุ์และสายเลือด สิ่งนี้เป็นสิ่งน่าตกตลึง น่าสงสารจริงๆ เพราะเขาไม่รู้จักพระเจ้าองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล  - นี่คือข้อสังเกตและคำเตือน จากผู้ประสบการณ์ด้านการปลดปล่อย


ด. มีวิธีการใหม่ๆ ในการสร้างความสำเร็จเสมอ คนที่ไม่รู้จักปรับปรุงตนเอง ไม่นานก็ล้าหลัง แต่ก่อนคนใช้มือเขียนหนังสือ ต่อมาใช้เครื่องพิมพ์ดีด ต่อมาพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ แต่มีคนฉลาดหลายๆ คนไม่ต้องพิมพ์ดีดเลย เขาเพียงแต่พูดออกไปคอมพิวเตอร์ก็พิมพ์ดีดเป็นตัวอักษรให้เขาแล้ว สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า "วิทยาการ"

ต. กฎของความขาดแคลน - ของมีจำนวนน้อยจะมีราคาสูงขึ้นเพราะความต้องการใช้มีมาก - ของมีมากเกินความต้องการราคาจะลดลง - สิ่งของที่มีอยู่คนใช้จะไม่เห็นคุณค่า แต่เมื่อใดที่มันไม่มีอยู่ เมื่อต้องการใช้ คนจะรู้จักคุณค่าของมัน


ถ.คำตักเตือนและคำสั่งสอน ย่อมมาจากมิตรแท้และคนที่หวังดีเท่านั้น คำตักเตือนของเพื่อนเป็นเครื่องหมายที่บอกถึงความเป็นมิตรแท้และความจริงใจ คนฉลาดย่อมตั้งใจฟังคำตักเตือน

ท. คำตักเตือนเป็นเหมือนยาขม ยาขมมักจะเป็นยาสำหรับแก้โรค แก้อาการป่วย คนหลายคนกำลังป่วยฝ่ายจิตใจ จิตวิญญาณ แต่ไม่รู้ตัวเพราะโรคยังไม่ลุกลามมาก เพราะเชื้อโรคที่กัดกินจากภายในจิตใจของคนนั้นมันมีพิษร้ายแรงกว่ารอยแผลที่ ถูกมีดฟันด้วยซ้ำ

คนฉลาดจะฟังคำตักเตือนของปราชญ์ หรือผู้มีประสบการณ์ แต่คนโง่ดูหมิ่นปัญญาและคำสั่งสอน

คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์อันเจ็บปวดของคนอื่น แต่คนเขลาไม่ฟังคำเตือนสอน ไม่หยุดการทำบาปชั่ว ไม่สามารถหักห้ามใจให้ทำสิ่งไม่ดี แม้ว่าเขากำลังอยู่ในความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น จนกระทั้งเขาได้รับบทเรียนราคาแพงด้วยตนเอง  บางคนกว่าจะหยุดกินเหล้าได้ก็ต่อเมื่อ  หมอบอกว่าตับพังไปแล้ว  เขาจึงหยุดกินเหล้า  บ้างปอดพังไปแล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซนต์จึงมาพยายามเลิกสูบบุหรี่

ธ. สิ่งของธรรมดาเมื่อมันอยู่ในมือของ "ผู้มีความชำนาญพิเศษ" มันจะกลายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ให้แก่ผู้พบเห็นอยู่เสมอ ฉะนั้นมีอะไรที่อยู่ในมือของท่าน จงฝึกฝนมันให้เกิดความชำนาญ พระคัมภีร์บอกว่า คนมีความสามารถพิเศษจะได้ไปเฝ้าพระราชา แปลว่าจะได้รับเกียรติและศักดิ์ศรี และได้รับความเจริญรุ่งเรือง

น. คนไม่ทันระวัง ประมาทในการดำเนินชีวิต ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเป็นเดือน เป็นปี โดยไม่ได้สนใจ หรือเอาใจใส่ในการท่องจำข้อพระธรรมที่สำคัญไว้เลย พอรู้ตัวอีกที่ก็เป็นคริสเตียนมาได้สิบกว่าปี  บางคนเชื่อพระเจ้าได้ยี่สิบปี ท่องพระคัมภีร์ยังได้ไม่ถึงสิบข้อ เพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาชีวิตเกิดความสงสัยว่าทำไมชีวิตไม่เกิดผล ไม่สามารถนำใครมารับความรอดบาป เพราะเขามัวทำอะไรก็ไม่รู้ จนลืมไปว่า แท้จริงทรัพย์สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่ง คือพระคำของพระเจ้าที่เราสามารถบันทึกไว้ในสมองด้วยการท่องจำเป็นประจำไม่ใช่หรือ

บ. คนบางคนแสร้งทำเป็นบ้า ทำเป็นบ๊องๆ บางครั้งคำถามของเขาทำให้คนตลึง ในความกล้าหาญ หรือบางทีก็เป็นคำถามที่แปลก แต่เชื่อไหมว่า คนที่ชอบถามแบบนี้มักจะมีความฉลาดและ มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ข้างในสมองของเขามากกว่าคนที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม เพราะมัวแต่แคร์ว่า หากถามไปคนอื่นจะหาว่าเราเป็นคนโง่ คนฉลาดยอมรับว่าตัวเองไม่รู้และพยายามหาคำตอบ ยอมโง่ ยอมเสียหน้า เพื่อจะถามคนอื่นเพื่อหาคำตอบ แต่คนโง่ ไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าเปิดเผยความโง่ เขาจึงโง่ต่อไปจนตลอดนิรันดร

ป. มีทางหนึ่งที่คนส่วนมากพากันคิดว่า "เป็นไปไม่ได้ " แต่นักประดิษฐ์ส่วนใหญ่ เขาไม่เชื่อเช่นนั้น โลกจึงเกิดมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และในอนาคต

ผ. คนที่ได้รับการเปิดเผยจากเบื้องบนเท่านั้นจึงจะสังเกตได้ว่า พระองค์ไหนคือพระเจ้าสูงสุด องค์ไหนคือพระเทียมเท็จ  พระเจ้าที่แท้จริงน่าจะเป็นพระองค์ที่สร้างเรามา ไม่ใช่เกิดจากการสร้างของมนุษย์

ฝ. เมื่อเราขับรถ หรือขึ้นรถโดยสารไปตามทาง ทุกที่ในประเทศไทย ลาว พม่า เวียตนาม อินเดีย เนบาล  เราพบว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และปูชนียสถานอยู่มากมาย เกือบทุกบ้าน ทุกเมือง เกือบทุกหลังคาเรือน แท้จริงมนุษย์ทุกเหล่า ทุกกลุ่ม ทุกเผ่าพันธุ์ต้องพึ่งพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์  พระของแต่เผ่ามีต่างๆ กันออกไป พระของคนบางพวกมีตา มีแขน มีอาวุธ ที่พิศดาร และมีเกินกว่าปกติ

พระแต่ละตนมีฤทธิต่างๆ กันไป ตามแต่จินตนาการของคนสร้าง  เบื้องหลังของรูปเคารพเหล่านี้ คืออำนาจทางวิญญาณ  หากไม่มีพระเจ้าสูงสุด สิ่งศักดิ์สิทธิที่มีเป็นพันๆ องค์เหล่านี้  คงทำให้คนวุ่นวายไปทั้งเมือง ทั้งโลก เพราะแต่ละประเผ่าพันธุ์  แต่ละกลุ่มชนก็ภาวนาให้พระของตนอวยพรแต่พวกของตนเอง คนมุ่งไปขอบนบานให้สิ่งศักดิ์สิทธิลำเอียง   ให้ใส่ใจแต่ตนเอง  พรรคพวกและญาติมิตรของตน เพื่อบนบาน และจ้างวานให้พระให้ทำการ หรือดลบันดาลเพื่อตอบสนองคนที่บนบานด้วยของถวาย หรือของเซ่นไหว้นานาชนิด หลายต่อหลายครั้งทำไปโดยการละเมิดสิทธิของคนอื่นๆ ด้วยอำนาจของพระของตนตนเอง  จนโลกเกิดความยุ่งเหยิงสับสนไปหมด ดังนั้นโลกนี้จึงมีพระเจ้าสูงสุดผู้ควบคุม และตัดสินลงโทษ การกระทำที่เกินขอบเขตของพระต่างๆ

พ. การทบทวนคือ มารดาของปัญญา

ฟ. การทำซ้ำๆ คือ มารดาของการเรียนรู้ทักษะทั้งปวง

ภ. นักการศึกษา คือนักเรียนผู้ไม่เคยหยุดยั้งในการแสวงหาความรู้

ม. สิ่งยิ่งใหญ่ไม่ได้มาง่ายๆ โดยไม่ต้องมีความกระตือรือร้น

ย. ความอดทนสู้ การไม่ท้อถอย แต่บากบั่น สัตย์ซื่อ นำมาสิ่งรางวัลที่น่าชื่นใจ

ร. คนฉลาดจับตาอยู่ที่เป้าหมายของชีวิต  คนทั่วไปวางเป้าหมายไว้ที่กระเพาะอาหาร การครอบครอง อำนาจ เงิน  กาม เกียรติ ศักดิ์ศรีของมนุษย์ทั่วไป แล้วเป้าหมายของชีวิตของคน คืออะไรกันแน่ล่ะ

ล. การตรวจดูหลายๆ ครั้ง คือสิ่งที่เราเรียกว่า "ความรอบคอบ" ความรอบคอบไม่ค่อยมีสอนในโรงเรียน

ว. คนเขลาเชื่อถือทุกอย่าง แต่คนหยั่งรู้มองดูว่าเขากำลังไปทางไหน คนมีปัญญาก็ระวังตัวและหันเสียจากความชั่วร้าย แต่คนโง่ขาดความยับยั้งและสะเพร่า  คนโมโหร้ายประพฤติโง่เขลา แต่คนเฉลียวฉลาดนั้นอดทน 


ศ. ความหวังของความชอบธรรมจบลงในความยินดี  แต่ความมุ่งหวังของความชั่วร้าย ก็สูญเปล่า

ษ. ทางของบรรดาผู้ที่ลืมพระเจ้าก็เป็นอย่างนั้นแหละ ความหวังของคนที่ไม่นับถือพระเจ้าจะพินาศไป  สิ่งที่เขาไว้ใจหักสะบั้นและสิ่งที่เขาวางใจจะยุ่ยเหมือน ใยแมงมุม  

ส. เรือนของคนชั่วร้ายจะถูกทำลาย แต่เต็นท์ของคนเที่ยงธรรมจะรุ่งเรือง มีทางหนึ่งซึ่งคนเราดูเหมือนถูกแต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา  

ห. ความเย่อหยิ่งเดินหน้าการถูกทำลาย และจิตใจที่ยโสนำหน้าการล้ม

อ. มีทางหนึ่งซึ่งคนเราดูเหมือนถูก แต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา

ฮ. .....ข้อนี้สำหรับคุณเป็นคนเขียนไง .................

ขอพระเยซูเจ้าอวยพระพรคนที่มีปัญญาและอยากมีปัญญามากๆ ทุกคนนะครับ

 ค.ศ. 2011 มอบให้กับศิษย์ และผู้อ่านทุกๆ คนนะครับ

กลับไปหน้าแรกของเว็บ Home

ข้อสังเกตตัวเองว่า"โดน" หรือเปล่า(1) How to observe if you are influenced by other spirits.


คนที่เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือมีอาการปวดโนน้เจ็บนี่  เป็นๆ หายๆ  ร่างกายเหมือนไม่ได้พักผ่อนเต็มที่  จิตใจสับสน ว้าวุ่น ไร้ความสุขใจ ทั้งๆ ที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเงิน อาหาร หน้าตาทางสังคม  มีฐานะดี  การศึกษาดี มีบ้าน มีรถ มีเหมือนๆ กับคนทั่วไป หรือดีกว่า บางท่านอาจจะมียศ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีมากๆ  แต่ท่านพบว่า ชีวิตยังไม่พบกับสันติสุขอย่างแท้จริง มันว่างเปล่า อ้างว้าง โดดเดี่ยว เหมือนกับอยู่คนเดียวในโลก ไม่มีใครเข้าใจ

  ในบทความนี้อาจจะบอกเหตุ หรือลางบางอย่างที่แสดงถึง อาการและพฤติกรรมแสดงออกถึงการได้รับอิทธิพลจากโลกวิญญาณอื่นรบกวน  อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายๆ อย่างประกอบกันที่ท่านสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง ดังนี้

ตอนที่ ๑ ลักษณะอุปนิสัยบางอย่างที่ดึงดูดให้ตัวปัญหาเข้ามาสู่ชีวิตของตน

คนที่อยู่ในเมือง หรือในสภาพแวดล้อมที่สอาดมักจะไม่ได้ค่อยประสบกับปัญหาเีกี่ยวกับแมลงวันรบกวนเท่าใดนัก  แต่หากท่านมีประสบการณ์กับสภาพแวดล้อมที่สกปรก ท่านจะพบว่า การจะหาดูแมลงวันไม่ใช่เรื่องยากเลย บางแห่งมีแมลงวันรุมตอนเป็นพัันๆ ตัว เช่นโรงฆ่าสัตว์  แพปลา คอกหมู

ท่านคงไม่สงสัยว่า ทำไมสถานที่บางแห่งจึงสามารถมองเห็นแมลงวันได้ง่าย และมีปริมาณที่มาก
แน่ที่เดียวแมลงวันมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีเยี่ยม หากมันได้กลิ่นเหม็นๆ คาว ๆ มันจะพากันบินมา ณ จุดที่เป็นต้นตอของกลิ่นทันที ฉันใดก็ฉันนั้น คนที่ระวังรักษาปาก รักษาใจของตนให้ "สอาด" อยู่เสมอ จะสามารถป้องกันการรุกรานของวิญญาณแห่งความเสื่อมต่างๆ ได้ ในทางตรงข้าม


ในทางตรงข้ามคนใดที่ไม่ได้รักษาปากและใจของตนให้สอาดเพลอให้ความชั่ว และอารมณ์ร้ายๆ ครอบงำชีวิต จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นั้นจึงตกเข้าสู่อิทธิพลของวิญญาณแห่งความมืดอย่างง่ายดาย โดนกับตัวเองยังไม่พอ ยังส่งต่ออุปนิสัยเลวร้าย โรคภัย ไปสู่คนในครอบครัว หรือสายเลือดได้  รุ่นแล้วรุ่นเหล่า จากพ่อแม่สู่ลูก จากลูกสู่หลาน รุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่มีการจบสิ้น



มีมนุษย์กี่คนล่ะที่ไม่มีอุปนิสัยบาป เป็นทาสบาป เราคงหาได้น้อยมาก เพราะธรรมชาติของมนุษย์คือการเห็นแก่ตัว เห็นแก่กิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน  เห็นแก่พวกพองและวงค์ตระกูลเป็นอันดับต้นๆ  เมื่อมนุษย์ต้องการความอยู่รอด เกียรติ ศักดิ์ศรี ความรู้ ฐานะและโอกาสในการครอบครอง มนุษย์หลายคนจึงปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกไปอยู่ภายใต้การควบคุมของ ความโลภ  ความอยาก ตัณหา ราคะ และความปรารถนาที่ไร้ขีดจำกัด เบื้องหลังของสิ่งล่อเหล่านี้คือ วิญญาณแห่งความมืดที่พยายามเอาสิ่งเหล่านี้ล่อให้มนุษย์เข้ามาติดกับดัก  หลงเข้าสู่วังวนแห่งการแย่งชิง  การเห็นแก่ตััว การเอาเปรียบกันและกัน การไร้ศีลธรรม และเหินห่างไปจากเส้นทางแห่งความรักและสันติสุขที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์ดำเินินชีวิตร่วมกันด้วยความรัก

เมื่อมนุษย์ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอุปนิสัยธรรมชาติบาป ลักษณะนิสัยและอุปนิสัยต่างๆ จะแสดงออกให้ทราบว่า อาการเหล่านี้ คืออาการที่ไม่น่าพึงประสงค์  ที่อาจบ่งบอกได้ว่า ใครได้ตกเป็นทาสของวิญญาณอื่นแล้ว

ก. เป็นคนมีปัญหาทางด้านอารมณ์ร้ายต่างๆ จนดูเหมือนมากเกินปกติ เช่น
รู้สึกว่ามีการปฏิเสธตัวเอง ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง รู้สึกว่าตนเองด้อยค่ามากๆ รู้สึกไม่พอใจอะไรง่ายๆ รู้สึกสงสารตัวเอง, รู้สึกว่าอารมณ์เสียง่ายกับเรื่องเล็กๆ น้อย บ่อยๆ , ไม่มีความมั่นคงในชีวิต, รู้สึกเจ็บแค้นฝังใจ เจ็บปวดใจกับความแค้นเป็นเวลานานๆ แต่ก็ยังไม่หายเสียที, เกลียดชังตนเอง เกลียดชังคนบางคนอย่างไม่ธรรมดา, รู้สึกเจ็บจำฝังใจ เคยถูกละเมิดทางด้านอารมณ์  เพศ  และถูกกระทำอย่างขมขื่น ถูกละเมิดทางร่างกาย และถูกคำพูดทำให้เจ็บใจ จนฝังใจไม่ลืม ชอบเก็บเอามาคิดทบทวนและไม่สบายใจเนืองๆ

มีความคิดอยากจะทำร้ายตัวเอง หรือเอาของมีคมทิ่มแทง หรือกรีดเนื้อตัวเอง มีเสียงภายในใจบอกว่า


บางคนอาจมีความคิดอยากจะทำร้ายตัวเอง หรือเอาของมีคมทิ่มแทง หรือกรีดเนื้อตัวเอง มีเสียงภายในใจบอกว่า ให้ทำร้ายตนเอง หรือให้ทำร้ายผู้อื่น มีเสียงคอยฟ้องว่าตัวเองเป็นคนผิดพลาดไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป ตำหนิเก่ง ทั้งตัวเองและผู้อื่น ชอบแช่งด่าตนเองและผู้อื่นโดย ไม่รู้จักการให้อภัย หมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่าง เช่น เกมคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนท ภาพการฆาตรกรรม ข่มขืน  ภาพวิปริตทางเพศ  กิจกรรมยามว่างที่กลายเป็นภาระ อยากได้ไม่รู้จักพอ อยากกิน อยากเสพของบางอย่างบ่อยๆ ไม่สามารถควบคุมตัวเอง เวลาโกรธมีความคิดอยากทำลาย ขว้างปาสิ่งของ  เห็นเลือดแล้วรู้สึกว่าอยากจะกิน ชอบอยู่มุมมืดๆ ชอบรูปภาพเกี่ยวกับงู  ปีศาจ  ลายมืดๆ ชอบยกตนข่มท่าน ชอบเอาใจตัวเองจนไม่สนใจศีลธรรมและความถูกต้อง

ข. ปัญหาที่เกิดกับความคิดที่ผิดพลาด

ชอบพลัดวันประกันพรุ่ง ไม่กล้าติดสินใจ สับสน ความจำเลอะเลือนโดยไม่มีเหตุอันควร คิดถึงแต่ความล้มเหลว ประสบการณ์ถูกคนดูหมิ่น หยามให้อาย และคิดว่าตัวเองเป็นอย่างที่เขาเคยพูดดูหมิ่น หรือสาปแช่งไว้ จิตใจเลื่อนลอย ชีวิตปราศจากเป้าหมายหรือจุดประสงค์ในชีวิตอย่างชัดเจน มีปัญหาทางอารมณ์  น้อยใจบ่อยและมาก คิดว่าไม่มีใครรัก

เคยมีความคิดว่าการศึกษาสูงๆ ความรู้ ยศ ตำแหน่ง การครอบครองคืออำนาจ มีความต้องการเอาชนะคู่แข่งอย่างมาก บางครั้งคิดทำร้ายคนอื่น  ชอบกลั่นแกล้ง บางครั้งชอบคิดแต่ยังไม่ได้ลงมือกระทำ  (วางแผนชั่ว)

ค. ปัญหาทางด้านวาจา หรือการพูดในทางลบ

ควบคุมงูพิษในปากไม่ค่อยได้ ชอบพูดติเตียน นินทาคนอื่น พูดให้ร้าย แช่งด่า ชอบดูแคลนคนอื่น ชอบวิพากษ์ วิจารณ์ในเชิงเสียหาย การพูดโกหกกลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่ตก เพื่อหลีกเลี่ยงการลงโทษ ชอบพูดโกหกเพื่อให้คนอื่นรู้สึกดี ชอบยกย่อทั้งๆ ที่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น มีความเชื่อว่าการพูดความจริงจะถูกลงโทษ

ง. ปัญหาทางด้านเพศที่ผิดปกติและเกินความพอดี

มีความคิดเรื่องเพศที่ฟุ้งซ่านมากเกินไป มีตัณหา มีพฤติกรรมเกี่ยวกับเซ็กในทางที่ไม่ถูกต้อง มีความสัมพันธ์ทางเพศ ที่ผิดไปจากหลักศีลธรรม เช่น มีเพศสัมพันธ์กับคนในสายเลือดใกล้ชิด เช่น ถูกพ่อ, ลุง น้า อา หรือ แม้กระทั้งถูกพี่ชายล่วงเกินทางเพศ  หรือเคยล่วงเกินคนอื่นๆ การมีพฤติกรรมเป็นหญิง หรือชายขายบริการทางเพศ  การมีความวิปริตทางเพศ ติดหรือเสพการมองดูรูปโป๊ การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นเพศเดียวกัน ชอบฝันเปียกอย่างพร่ำเพรื่อ ชอบแต่งตัวยั่วยวนทางเพศ คิดว่าเพศเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องส่วนตัว จะทำอย่างไรก็ได้ มีความต้องการทางเพศที่มากเกินไป ชอบสำเร็จความใคร่บ่อยๆ มีจิตนาการทางเพศที่สูง ชอบภาพลามก ชอบสะสมสิ่งล่อหรือปลุกอารมณ์ทางเพศ มีความวิปริตทางเพศ ในหัวมีภาพลามก

จ. การเสพติด หรือการหมกมุ่นกับกิจกรรมบางอย่าง

มีความรู้สึกอยากทำ หรืออยากกิน อยากมีบางสิ่งบางอย่างจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ ยา อาหาร ความสุขทางเพศ หรืออารมณ์ทางเพศ หรือบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถหยั้งใจให้หยุดได้ เช่น รายการทีวี เกมคอมพิวเตอร์ ละคร การดูภาพโป๊ การดูหนังประเภทสยองขวัญ ภาพยนต์แนวผีๆ ที่น่ากลัว ชอบดูทั้งๆ ตัวเองกลัวผี นอนฝันเห็นผีก็ยังดู บางครั้งรูสึกว่ามีวิญญาณมาขอนอนด้วย หรือได้ยินเสียงพูดคุยกับวิญญาณ หรือมีเสียงเรียกชื่อตัวเอง หันไปดูไม่เห็นมีใครสักคน

ฉ. ความอ่อนแอทางด้านร่างกาย อารมณ์

ได้แก่ความเจ็บป่วยที่ต่อเนื่อง ซ้ำๆ เป็นบ่อยๆ ความรู้สึกไม่สบาย ความอ่อนแอ ความรู้สึกเพลีย อ่อนล้าที่เป็นประจำ ความรู้สึกไม่ค่อยสบาย อารมณ์ไม่สดชื่น กล้ามเนื้อชักเกร็ง ชักกรtตุกบ่อยๆ มีความเจ็บปวดตามร่างกายที่ไม่หายสักที่ มีความเจ็บปวดทรมาน เช่น ปวดบริเวณไหล่ หลัง เอว มีความรู้สึกว่ากำลังมีบางสิ่งกด หรือถ่วงอยู่บริเวณไหล่ รู้สึกหนัก ทั้งที่ไม่ได้แบกหรือหิ้วอะไร

ช. ความเชื่อที่ผิดพลาดไปจากหลักการแห่งความจริง

หลงเชื่องมงายกับตำรา คำสอน หรือ วรรณกรรม บางอย่าง เช่นการสร้างความสำเร็จ การฝึกจิต การเข้าสมาธิ การเดินทางของจิต การเพ่งสมาธิ การสะกดจิต ฝึกเวทมนต์ คาถา การปลุกวิญญาณ เดรฉานวิชา การเลี้ยงสิ่งลี้ลับ หรือวิญญาณบางอย่างเพื่อให้ช่วยเหลือหรือ รับใช้ เช่น การเลี้ยงลูกกรอก ลักยม กุมารทอง พรายกระซิบ การสอบถามวิญญาณ เช่นการเล่นผีถ้วยแก้ว ดูลายมือ ทำเสน่ห์ ให้คนหลงรัก หรือการใช้ไสยศาสตร์ การผูกหุ่น การจ้างคนอื่นให้ทำไสยศาสตร์ ทำให้คนรัก หรือเกลียดกัน จ้างหมอผีให้ทำให้ผู้ชายมาหลงรัก หรือทิ้งลูกทิ้งเมียมาอยู่กับตนเอง โดยไม่สนใจความถูกต้อง ชอบธรรม หรือบาปบุญคุณโทษ มีวัตถุเครื่องรางของขลัง ที่มีคำแช่งสาปอยู่ด้วย



ซ. การดำเนินชีวิตที่ไร้เป้าหมายที่ชัดเจน


การเดินทางไปมาโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ย้ายบ้านบ่อยๆ ย้ายงานบ่อยๆ ย้ายโบสถ์บ่อยๆ มีความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เปลี่ยนคู่นอน คู่รักบ่อยๆ ไม่มีความมั่นคงในความรัก อารมณ์ และความสัมพันธ์
ประสบความล้มเหลวในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า ผีซ้ำด้ามพลอย ล้มเหลวทางด้านการจัดการเรื่องเงิน มีโลกส่วนตัวที่ลึกลับ ชอบสร้างกำแพง ไม่ให้ใครเข้าใกล้มุมมืด   มีชิวิตที่ไร้ความหวัง มีความรู้สึกซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย ล้าหลัง ไม่ทันเพื่อน เกิดความสัมพันธ์แตกร้าว ต้องอยู่โดดเดี่ยว ชีวิตเหมือนไม่มีใครจริงใจด้วย อ้างว้าง ไร้คนรู้ใจ

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่มีอาการเหล่านี้จะเป็นคนผิดปกติ แท้จริง สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเหมือนทรัพย์สมบัติของมนุษย์ธรรมดา หรือมนุษย์บาปหนาทั่วไป แต่ถ้ามีมาก มีหลายข้อ อาจสันนฐานได้ว่า คนที่มีอาการเหล่านี้อาจกำลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิญญาณอื่น ที่ไม่ใช่ตัวตนของท่านเป็นแน่แท้ เอ๊ะ ถ้ามันไม่ใช่นิสัย หรือพฤติกรรมของเรา มันเป็นพฤติกรรมของใครกันล่ะ


หากพบเห็นว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ เราเข้าใจว่า คำสอนทางศาสนาอาจไม่เพียงพอที่จะชำระล้างได้ คุณต้องถ่อมใจ เข้ารับการอบรมสัมมนาเรื่องการปลดปล่อย รับการอธิษฐานปลดปล่อยจากผู้มีความสามารถพิเศษในการอธิษฐานจิต  เพื่อปลดปล่อยให้ท่านหลุดพ้นจากการเป็นทาส ของอารมณ์ ความคิด และอุปนิสัยที่เลวร้ายเหล่านี้ก่อน แล้วคุณจะเป็นคนอย่างที่ควรจะเป็น โดยไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป แล้วชีวิตของคุณจะอยู่เย็นเป็นสุขอย่างแน่นอน  คุณจะหายป่วยหายไข้ ไม่ต้องทุกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจอีกต่อ 

ที่ดีมากที่สุดหรืออาจจะดีไปกว่านี้คือว่า การรักษาทางเลือกที่เราทำนี้ไม่ใช้ยา ไม่ใช้ไสยศาสตร์ ไม่ใช่การทำบุญ ไม่ใช่การถวายเครื่องบูชาใดๆ ไม่ใช่การหลอกลวงต้มตุ๋น   แต่เราแนะนำให้คุณกลับมา
ทบทวนตัวเอง รับรู้ถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง  ที่ไม่มีใครเปิดเผยมาก่อน  เพื่อว่าหากท่านสมัครใจเข้ารับการอธิษฐานอวยพรให้หลุดพ้น ท่านจะหายได้อย่างแน่นอน  จนถึงวันนี้มีคนมากมายได้รับการเยียวยารักษามาแล้ว และพวกเขาหายดีทุกคน ลองอ่านจากลิงค์ข้างล่างนี้

ขอให้หายดี และมีกำลังใจ
ขอพระเจ้าอวยพระพร

บทความที่เกี่ยวข้อง

บันทึกความจำคนที่ได้รับการเยียวยาแล้ว

หูตึงหายแล้ว (ปี ค.ศ. 2011)

อุปสรรค์แห่งการหายจากโรคเรื้อรัง

ความเจ็บป่วยที่เกิดจากสายเลือด หรือคำแช่งสาป

สัญญาณบอกเหตุว่าคุณกำลังอยู่ในอันตราย

ทำไมต้องเชื่อพระเจ้า อะไรก็ชอบอ้างพระเจ้า พระเจ้า

แล้วถ้าอยากหายจริงๆ ฉันต้องทำอย่างไร

กลับไปหน้าแรก 

...............................................
Tags: การหายโรค รักษาโรคทางเลือก, จิตเวช, แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณ, จิตประสาท,
คนอวดผี, ข้อควรระวังในการ, วิญญาณ, การขับผี, ปัดรังครวญ, มนต์ดำ, สักยัณห์, มีดหมอ, อารมณ์ร้าย
การปลดปล่อย ปลดปล่อย ฝันร้าย เห็นผี วิญญาณ จิตหลอน ถูกผีอำ  รักษาอาการประสาท  คุณไสย

ข้อสังเกตตัวเองว่า"โดน" หรือเปล่า สำหรับชาวคริสต์ (2) Are you influenced by other spirits.

อาการแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่า ตัวเองหรือคนอื่นอยู่นอกเหนือการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเยซูเจ้า สำหรับคนที่เคยเห็นแสงสว่างของพระเยซูคริสต์แล้ว แต่ยังมีอาการเหล่านี้


๑. รู้สึกง่วงนอนเมื่อได้ฟังคำเทศนาของอาจารย์ที่มีการเจิม อาจารย์ที่ทำการด้านการปลดปล่อย หรือนักเทศน์ที่มีการของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ รู้สึกเกลียดคนโดยไม่มีเหตุผล ชอบใส่ร้ายปายสี

๒. รู้สึกง่วงนอนอย่างรุนแรงเมื่อเริ่มอ่านพระคัมภีร์ได้ไม่กี่บรรทัด สูญเสียสมาธิการอ่าน ไม่มีความรู้สึกอยากอ่าน หรืออยากรู้อะไรเกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจของพระเยซูคริสต์



๓. มีความรู้สึกกระด้างปากที่จะเรียกว่าพระเจ้าว่า พระเยซู ในที่สาธารณะ ในที่ชุมนุมของคนที่ไม่เป็นคริสเตียน มักเข้าใจว่า ศาสนาไหนก็ดีเหมือนกัน ไม่กล้าแสดงความเชื่อ ไม่กล้าบอกว่าตนเองเชื่อพระเยซู อาย ไม่กล้าประกาศตัวว่าเป็นคริสเตียน

๔. เมื่อไปอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า ภาษาพูด การกระทำใดๆ ไม่เปล่งแสงสว่างของพระคริสต์ เอาใจใส่กิจกรรมบางอย่างมากเกินพอดี หรือสิ่งที่ชาวโลกทั่วไปชอบหมกมุ่น เช่น อินเตอร์เนท เฟซบุ๊ค แชท ภาพโป๊ คลิปลามก แอบสะสมสิ่งเหล่านี้ไว้โดยเข้าใจว่า เป็นงานอดิเรก เป็นความบันเทิง เพลิดเพลินที่ใครๆ เขาก็ทำ ไม่รู้สึกกระด้างอะไรเลย

ใช้ภาษาพูดสองระดับ คือ เมื่ออยู่ในกลุ่มคริสเตียนจะใช้ภาษาสุภาพ พออยู่ที่อื่นหรืออยู่ในหมู่คนทั่วไปจะพูดไม่สุภาพ ด่าเก่ง ตอแหล นินทา อิจฉา แย่งชิง เอาเปรียบ ขโมย ยักยอก ไม่กล้ารับผิด หน้าซื่อใจคตคืออุปนิสัยที่แก้ไม่ได้สักที

๕. รู้สึกเดือดร้อน รุ่มร้อนใจเมื่อมีใคร หรือกลุ่มคนในคริสตจักรจัดการนมัสการที่เกินเวลา หรือจัดเวลาพิเศษมานมัสการ ชอบจับผิดหาเหตุ กล่าวหาว่าไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่บอกไม่กล่าวผู้ใหญ่

๖. มีความรู้สึกไม่สบาย อึดอัด เมื่อได้ฟังเทศนาเกี่ยวกับ ฤทธิ์อำนาจแห่งพระโลหิตของพระเยซูคริสต์

๗. แสดงอาการต่อต้าน หรือไม่พอใจเมื่อมีกลุ่มอธิษฐานเกิดขึ้น หรือมีการจัดกลุ่มเซลเพิ่มขึ้น เพราะการอธิษฐานมากขึ้นในคริสตจักรจะลดทอนอำนาจและอิทธิพลของวิญญาณชั่ว วิญญาณพิธีกรรมที่ครอบงำอยู่เหนือกลุ่มผู้อ้างตัวว่าเป็นคริสเตียน แต่มีพฤติกรรมพ่ายแพ้ต่อบาป ติดนิสัยบาป เป็นทาสของพิธีกรรม

๘. เมื่อมีใครพูดถึงเรื่องการบัพติสมาด้วยพระวิญญาณหรือของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะชอบเข้าไปพูดขัดขวาง ต่อต้าน เถียง โดยอ้างว่า ไม่มีประโยชน์ ต้องดูผลของพระวิญญาณซิ บางคนชอบพูดว่า


“ที่นี้เราเน้นผลจากภายใน”

"ที่นี้เราไม่เน้นของประทาน เราเน้นแต่..."

"คริสตจักรของเราไม่เน้นการพูดภาษาแปลกๆ "

หรือสอนว่า การพูดภาษาแปลกๆ คือสิ่งที่เป็นความสามารถของมนุษย์ หรือเป็นภาษาที่หัดพูดกันได้ ไม่ได้มาจากพระเจ้า หรือ บอกว่าการพูดภาษาแปลกๆ ไม่มีประโยชน์โดยอ้างข้อพระธรรมจากหนังสือ หนึ่งโครินธ์บางส่วน แต่ไม่ได้นำมาพูดทั้งหมด บางพวกเน้นว่าให้เราเน้นความรักซิ เน้นผลแห่งวิญญาณ จากพระธรรมกาลาเทียบทที่ 5 แต่ในคริสตจักรมีแต่คนปากบอนชอบนินทาคนอื่น

๙. รู้สึกเบื่อกับการเข้าร่วมการอธิษฐาน ไม่อยากไป ไม่อยากเข้าร่วม มันมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดท้อง หรือมีเหตุทำให้ไม่สามารถไปร่วมการนมัสการ การฟื้นฟูที่มีการเจิม มีการปลดปล่อย

๑๐. เป็นผู้เชื่อที่ชอบสวมหน้ากากหลายใบ เป็นนักการศาสนากำมะลอ สอนคนอื่นแต่ตัวเองทำไม่ได้ ลูกเมียอดๆ อยากๆ หรือไม่ก็มีโรคประจำตัวเบียดเบียน เจ็บป่วยบ่อย เป็นหวัดบ่อย ไอเป็นอาทิตย์ๆ ไม่หายสักที ชอบไปนอนพักผ่อนที่โรงพยาบาล ถือว่าโรงพยาบาลคือที่พักร้อน ต้องไปบ่อยๆ

การเทศนาสั่งสอนของเขาไม่มีการรับรองของพระเจ้า แห้งแล้งไร้ฤทธิ์เดช สอนใครคนก็ไม่ฟัง ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ชอบวิ่งหาตำแหน่ง ยศศักดิ์ ผลประโยชน์ เปลี่ยนสปอนเซอร์เหมือนกับการเปลี่ยนกางเกงใน ใครมีเงินวิ่งเข้าใส่หมด ชีวิตไม่ดีจริง ปากหวานก้นเปรียว ชอบแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ เทศนาก็พูดแต่เรื่องข่าว เรื่องเหตุการณ์ของโลก ไม่สอนถ้อยคำของพระเจ้าอย่างจริงจังจริงใจ เทศนาให้ผ่านพ้นไป ให้หมดภาระหน้าที่เท่านั้น ไม่หวังผลให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สอนไปแค่ให้มันหมดเวลา
การเทศนาถ้อยคำของพระเจ้าของเขา เป็นแค่การเอาข้อพระคัมภีร์มาอ้่างเอาหัวข้อเท่านั้น เวลาที่เหลือสอนแต่ความรู้ ความคิด วิธีการต่างๆ ที่มุ่งสู่ความสำเร็จ เน้นทัศนะของตนเอง ไม่จริงใจกะใคร ชอบเล่นพรรคเล่นพวก เล่นพรรค ชอบล๊อบบี้ ทำตัวเป็นเหมือนซูปเปอร์แมน พึ่งพาความรู้ ความสามารถตนเอง
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่มีอาการเหล่านี้จะเป็นคนผิดปกติ แท้จริง สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเหมือนทรัพย์สมบัติของมนุษย์ธรรมดา หรือมนุษย์บาปหนาทั่วไป แต่ถ้ามีมาก มีหลายข้อ อาจสันนฐานได้ว่า คนที่มีอาการเหล่านี้อาจกำลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิญญาณอื่น ที่ไม่ใช่มาจากพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นแน่แท้

หากพบเห็นว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ คำสอนทางศาสนาอาจไม่เพียงพอที่จะชำระล้างได้ ต้องถ่อมใจ เข้ารับการอบรมสัมมนาเรื่องการปลดปล่อย รับการอธิษฐานปลดปล่อยจากผู้มีของประทานในการอธิษฐาน ในการปลดปล่อยให้สามารถดำเนินชีวิต เป็นคนอย่างที่ควรจะเป็น โดยไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป แล้วชีวิตของคุณจะเกิดผลอย่างแน่นอน การเกิดผลนำคนมารับความรอด หนึ่งคนต่อหนึ่งปีจะเป็นเรื่องไม่น่าพึงพอใจสำหรับคุณอีกต่อไป เพราะพระเจ้าจะอวยพรให้คุณเกิดผลอย่างมากมาย และล้นหลาม


ชาโลม ชาโลม ชาโลม แอนด์ อาเมน

ขอพระเจ้าอวยพระพร


RW MU.

คำสอนเก่าที่สุดในโลก - One of The oldest teachings


11“เจ้าอย่าลักทรัพย์ หรือโกงหรือมุสาต่อกัน
12อย่าสาบานออกนามของเราเป็นความ เท็จ กระทำให้พระนามพระเจ้าของเจ้าเป็นที่เหยียดหยาม เราคือพระเจ้า
13“เจ้าอย่าบีบคั้นเพื่อนบ้านหรือปล้นเขา อย่าให้ค่าจ้างของลูกจ้างค้างอยู่กับเจ้า จนถึงรุ่งเช้า
14เจ้าอย่าแช่งคนหูหนวก หรือวางของให้คนตาบอดสะดุด แต่เจ้าจงยำเกรงพระเจ้าของเจ้า เราคือพระเจ้า
15“เจ้าอย่าพิพากษาด้วยความอยุติธรรม เจ้าอย่าลำเอียงเข้าข้างคนจนหรือเห็นแก่หน้าผู้เป็นใหญ่ แต่เจ้าจงพิพากษาเพื่อนบ้านของเจ้าด้วยความ ชอบธรรม


16 อย่าเทียวขึ้นเทียวล่องคอยส่อเสียดท่ามกลางชนชาติของตน และอย่าปองร้ายต่อชีวิตของเพื่อนบ้าน เราคือพระเจ้า

17 “อย่าเกลียดชังพี่น้องของเจ้าอยู่ในใจ แต่เจ้าจงตักเตือนเพื่อนบ้านของเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ต้องรับโทษเพราะเขา
18 เจ้าอย่าแก้แค้นหรือผูกพยาบาทลูกหลานญาติพี่น้องของเจ้า
แต่เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง เราคือพระเจ้า

19“เจ้าจงรักษากฎเกณฑ์ของเรา เจ้าอย่าประสมสัตว์ของเจ้ากับสัตว์ประเภทอื่น เจ้าอย่าหว่านพืชปนกันสองชนิดในนาของเจ้า อย่าใช้เครื่องแต่งกายที่ทำด้วยผ้าสองชนิดปนกัน

Iranian wife faces death by stoning for adultery
ผู้หญิงชาวมุสลิมที่ถูกจับได้ว่าล่วงประเวณี ต้องถูกตัดสินประหารด้วยก้อนหินขวางให้ตาย
ซึ่งเป็นการนับถือพระบัญญัติสมัยโบราณ ซึ่งชาวยิวและอาหรับและคริสต์ มีพระคัมภีร์
5 เล่มแรกมีเนื้อหาใจความคล้ายคลึงกันแต่ชื่อต่างๆ อาจแผลงไปบ้าง

Read more: http://www.dailymail.co.uk/news/article-467588/Iranian-wife-faces-death-stoning-adultery.html#ixzz0xQnj5BoK

20“ถ้าผู้ใดเข้านอนกับผู้หญิงที่เป็นทาส ที่ชายอีกคนหนึ่งสู่ขอไว้แล้ว แต่ยังมิได้ไถ่ถอนหรือปล่อยเป็นอิสระต้องสืบสวนดูก่อน แต่อย่าให้ถึงตายเพราะว่าทาสหญิงนั้นยังไม่เป็นอิสระ

สำหรับผู้ชายที่เล่นชู้ก็เช่นเดียวกัน สิ่งนี้เกิดในประเทศโซมาเลีย
http://www.answeringmuslims.com/2009/12/sharia-in-somalia-muslims-stone-man-to.html
(เลวีนิติ 18.20 เจ้าอย่าสมสู่กับภรรยาของเพื่อนบ้านของเจ้า กระทำให้ตัวเจ้าลามกอนาจารกับนาง )

23“เมื่อเจ้าเข้าไปในแผ่นดินและปลูกต้นไม้ทุกชนิด ที่มีผลเป็นอาหาร ผลที่ได้นั้นต้องเป็นผลที่ต้องห้าม สามปีเจ้าอย่ารับประทานเลย

24และปีที่สี่ผลที่ได้ทั้งหมดจะเป็นของบริสุทธิ์ เป็นเครื่องบูชายอพระเกียรติแด่พระเจ้า
25แต่ในปีที่ห้า เจ้าจงรับประทานผลไม้นั้นได้เพื่อจะ บังเกิดผลทวีขึ้นเพื่อเจ้า เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า

26“เจ้าอย่ารับประทานเนื้อสัตว์ที่มีเลือดใน เนื้อนั้น เจ้าอย่าเป็นหมอดูหรือเป็นหมอผี 27เจ้าอย่ากันผมที่จอนหูหรือกันริมเคราของเจ้า

28เจ้าอย่าเชือดเนื้อของเจ้าเพราะเหตุมีคนตาย หรือสักเป็นเครื่องหมายใดๆลงที่ตัวเจ้า เราคือพระเจ้า

29“อย่าทำบุตรสาวของตนให้เป็นคนลามกด้วยให้เป็นหญิงโสเภณี เกลือกว่าแผ่นดินนั้นจะเป็นถิ่นการโสเภณี และแผ่นดินจะเต็มด้วยความลามก

30เจ้าจงรักษาสะบาโตทั้งหลายของเรา และเคารพต่อสถานนมัสการของเรา เราคือพระเจ้า




31“อย่าไปหาคนทรงหรือพ่อมดแม่มด อย่าเที่ยวค้นหาให้ตนมลทินไปเพราะเขาเลย เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า

32“เจ้าจงลุกขึ้นคำนับคนผมหงอกและเคารพคนชรา และจงยำเกรงพระเจ้าของเจ้าเราคือพระเจ้า

33“เมื่อคนต่างด้าวอาศัยอยู่กับเจ้าในแผ่นดินของเจ้า อย่าข่มเหงเขา
34คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่กับเจ้านั้นก็เหมือนกับชาวเมือง ของเจ้า เจ้าจงรักเขาเหมือนกับรักตัวเอง เพราะว่าเจ้าเคยเป็นคนต่างด้าวในแผ่นดิน อียิปต์ เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า



35“เจ้าอย่ากระทำผิดในการพิพากษาในการวัดยาว หรือชั่งน้ำหนักหรือนับจำนวน
36“เจ้าจงใช้ตาชั่งเที่ยงตรง ลูกตุ้มเที่ยงตรง เอฟาห์เที่ยงตรงและฮิน เที่ยงตรง เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้พาเจ้าออกมาจากแผ่นดินอียิปต์

37ดังนี้แหละ เจ้าจงรักษากฎเกณฑ์ทั้งหมดของเราและกฎหมายของเรา ทั้งสิ้น และกระทำตาม เราคือ
พระเจ้า”

พระธรรมเลวีนิติบทที่ 19

Roman 8:28 พระเจ้าทำให้เราเกิดผลดีเสมอในทุกสถานการณ์

Roman 8:28

And we know that for those who love God all things work together for good,*n28.2 for those who are called according to his purpose

เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

One of our members, an evangelist at the church in Chiang Saen, Nong Fon, had a very bad accident on last Tuesday evening ( February 2, 2010). While she was riding a bike home from a health check up from the village health centre, a motorcycle riden by 3 drunkened men hit Fon very hard and she was seriously hurt. The accident caused her a broken leg and Fon was taken to the hospital in Chiang Saen but her condition was too serious the doctor in the local hostpital transfered her to the bigger hospital in Chiang Rai.

I was informed about Fon accident at 11.30 p.m after I was driving home from a prayer meeting in Mea sai. When I saw Fon at the Chiang Rai hospital she was badly hurt.
Her head and face were stained with blood and bruises. Her face seemed very pale and she was in a vital moment.

I prayed for her believing that every thing is in God's control.

Three days later, I visited Fon again I could  see that Fon has recovered very quickly.
On sunday evening Fon called me on the phone to bring her some Christian books so that she can read while her leg has been hanging on the rack. I went to see her and not forget to bring her some books.

As I see Fon a woman who also had already been in the hospital for 3 months paid much  attention to our conversation. Then I asked her "Have you known Jesus?" She said I have heard some thing about Jesus. Somebody gave her some flyers and Fon also witnessed to her about Jesus. Then I asked her if she would want Jesus to help her. She welcome my invitation and repeated the sinner's prayer after me.

I laid my hands on her right broken leg and used the POWER of the living God in the Name of Jesus to heal her and I went home.

A day later, I went to pray for Fon again and I met this woman again. I asked her if she feel any better. She told me that during the night after prayer,  while she was asleep she had no pain in her broken leg. Further more, she told me that in her dream she heard a voice from a man who she did not know but the voice said to her that "My daughter you will be healed". In the dream, when she heard this voice she went after this man but somebody woke her up by making noise and she could not run after the man in her dream.

Thank God. This is a divine visitation from the loving God Jesus.
Glory be unto his Name.
Amen

คำเทศนาเรื่องคำเชิญชวนที่ยิ่งใหญ่- A Sermon

คำเชิญชวนที่ยิ่งใหญ่

๑๗ ก.พ. ๐๘ ณ คจ. เชียงแสน โดย RW MU.

ข้อพระคัมภีร์สำคัญ มัทธิว ๑๑:๒๕-๓๐
มัทธิว ๑๑:๒๕ ขณะนั้นพระเยซูทูลว่า “ ข้าแต่พระบิดา ผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และโลก ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด แต่สำแดงให้ผู้น้อยได้รู้ ๒๖. ข้าแต่พระบิดา พระองค์ทรงเห็นชอบดังนั้น ๒๗. พระบิดาของเราได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และผู้ที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้
๒๘. บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข ๒๙ จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก ๓๐ ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะและภาระของเราก็เบา

ชื่อเรื่อง คำเชิญชวนที่ยิ่งใหญ่

ข้อพระธรรมสำคัญ

จุดประสงค์
๑) เพื่อสร้างชี้ให้ประชากรของพระเจ้ารับคำเชิญชวนของพระเยซูและดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ตามที่พระเจ้าทรงเรียก
๒) เพื่อเร่งและหนุนใจให้สมาชิกทุกคน อุทิศตัวเพื่อแผ่นดินของพระเจ้า

คำนำ
เมื่อปี ๔๗ ผมได้รับคำเชิญชวนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตครั้งหนึ่ง คือ เลขาของคุณหญิงกษมา สำนักปลัดกระทรวงศึกษาได้โทรศัพท์ชวนให้ผมไปร่วมประชุมทำแผนภาษาอังกฤษระดับชาติ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างเหลือล้น ต่อผม
แม่ชีเทเรซาห์ เป็นผู้หนึ่งที่เป็นคนธรรมดา ได้รับเชิญไปพบประธานาธิปดีสหรัฐ แม่ชีเป็นคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง เมื่อได้รับเชิญไปพบที่ทำเนียบขาวย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ
คำเชิญชวนย่อมเป็น สิ่งที่ยิ่งใหญ่ ถ้าหาก คนที่เชิญเราเป็น คนที่มีฐานะสูง และ มีอำนาจ การเชิญชวนของเขาย่อมเป็นสิ่งที่ พิเศษ สำหรับเราทุกคน
ข้อพระธรรมตอนแรก คือ พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด แต่สำแดงให้ผู้น้อยได้รู้ อะไรคือ สิ่งที่พระเจ้าได้ปิดบังไว้จากผู้มีปัญญา และ คนฉลาด
ในคราวก่อน ข้าพเจ้าได้นำเสนอจากพระคัมภีร์ มัทธิว บทที่ ๑๓ ข้อ ๔๔ ที่ว่าแผ่นดินของพระเจ้าเปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ คิดว่าพวกเราหลายคนอาจจะจำได้ ขุมทรัพย์นี้ ซ่อนอยู่ในที่ที่เปิดโลงที่เดียว แต่ก็มีเพียงคนที่ไปขายสิ่งของทั้งสิ้นที่เรามีอยู่ ไปซื้อเอานานั้น เขาจึงได้ครอบครองไป แผ่นดินของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ลึกลับไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถหาพบได้ เพราะสิ่งที่เราไม่สามารถจะใช้ความรู้ สติปัญญา หรือ ความฉลาด หรือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มาส่องดูให้เห็นพระเจ้าได้
แผ่นดินสวรรค์จึงเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงโปรดให้เรารู้โดยทางพระเยซูคริสต์
ให้เราเปิดดูใน มัทธิว บทที่ ๖ ข้อ ๔๔
ยอห์น ๖: ๔๔ ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาจะทรงซักนำให้เขามาและเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย
ผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก คือใคร
เมื่อผมเป็นเด็กนักเรียนมัธยม ผมต้องไปขนแกลบไปขายบ่อยๆ แกลบนี้ราคากระสอบละ 1 บาท วิธีการขนแกลบเราก็ต้องเอากระสอบป่านไปใส่ เวลาใส่นี่น่าสมเพชน่าดู เพราะเราต้องใช้ 3 ส่วนในการยัดแกลบใส่เข้าไปในกระสอบ คือ มือ 2 ข้าง และ ปากงับ แล้วก็ดันปากกระสอบไปที่กองแกลบ แล้วเราก็ต้องแบกใส่รถเข็น ไปส่งที่โรงก๋วยเตี๋ยวให้ได้เที่ยวละประมาณ 8-12 กระสอบ เขารับซื้อกระสอบละ 1 บาท ผมทำอย่างนี้อยู่หลายปีจนจบ ม. 3 ผมก็ออกจากบ้านไปเรียนโรงเรียนฝึกอาชีพที่เชียงราย ชื่อ โรงเรียนฝึกฝนอาชีพไทย-เยอรมัน สิ่งที่ผมประสบนี้ถือว่าเป็นภาระอย่างหนึ่งในชีวิต คนทุกคนก็ต้องเคยประสบกับการทำงานที่ยากลำบากในชีวิตกันทุกคน ยกเว้นลูกผมสามคนที่ ไม่ต้องทำงานอะไรมาก เออไม่ใช่ เขาอาจไม่ได้ทำงานหนัก แต่ภาระในชีวิตของคนเราก็อาจจะต่างกันไป วันนี้ได้นำพระวจนะที่พระเยซูตรัสสอน เกี่ยวกับการจัดการกับภาระในชีวิตและ เราจะได้รู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเราแต่ละคนเพิ่มขึ้น ให้เราอ่านพระธรรม มัทธิว บทที่ ๑๑ ข้อที่ ๒๕ ถึง ๓๐

ผู้เหน็ดเหนื่อย คือ คนที่มีภาระต่างๆ ในชีวิตที่ต้องแบก หรือ ครอบงำ ภาระต่างๆ นี้ได้แก่
- การหาเลี้ยงชีพ ภาวะทางการเงิน ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัว
- ฐานะทางสังคม ความมั่นคงในอาชีพ (ตกงาน) การแข่งขัน ทางสังคม(หน้าตา)
- ความบกพร่องทางร่างกาย ความเจ็บป่วย ความพิการ
- สิ่งใดที่ทำให้หนักใจ นอนไม่หลับ กังวล เป็นห่วง
- สิ่งใดที่ทำให้จิตใจ เหนื่อยอ่อน อ่อนล้า เกินความสามารถที่เราจะจัดการได้
- ความผิดบาป นิสัยที่ทำให้เสื่อม (บุหรี่ ติดเหล้า สารเสพติด, การเสพติดรูปภาพโป๊ ทางอินเตอร์เน็ต การติดตามการงานที่ไร้ค่า
- ธรรมเนียมต่างๆ ของมนุษย์ การถือฤกษ์ยาม การพิธีกรรมต่างๆ การไหว้รูปเคารพ และเทศกาลต่างๆ การงานพิธีต่างๆ ที่เราเห็น คนไม่เชื่อพระเจ้าเมื่อมีคนตาย เขาทำสิ่งต่างๆ พิธีกรรมต่างๆ มากมายเพื่อให้เขาอุ่นใจว่า คนตายได้ไปอยู่ที่ดีๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
- คำสอนต่างๆที่ตกทอดมา ความประพฤติต่างๆ ที่ติดตัวเรามา จากพ่อแม่ของเรา ซึ่ง ภาษากฎหมายเขาเรียกว่า ผู้สืบสันดาน นัย ของพระคำตอนนี้เป็นอย่างไร ข้าพเจ้าใคร่เชิญชวนให้เรามาพิจารณาร่วมกัน
ประการที่ ๑ ทรงเชิญชวนว่า “จงมาหาเราเราจะให้หายเหนื่อยและเป็นสุข”
พระเยซูทรงรู้ว่า มนุษย์นั้นมีความต้องการสิ่งใด และสิ่งใดมีอยู่มนุษย์ สิ่งนี้เป็นนัยยะของพระเจ้า คือว่า
เมื่อเราถูกเรียกให้ออกมาจากความมืดมาเข้าสู่ความสว่างของพระเจ้า ได้รู้จักความจริงของพระเจ้า เราจะได้รับการบำบัดรักษา และ ได้รับการปลดปล่อย แต่บางครั้ง เราพบว่า ทำไมเรายังมีสิ่งที่ต้องแบกอยู่เสมอ อย่าตกใจไปเลย พระเจ้ายังต้องการจะฝึกฝนท่านบางอย่างเพื่อพันธกิจที่ยากกว่าเดิม
ตัวอย่าง การฝึกทหารหน่วยพิเศษ การฝึกนักมวย การฝึกนักวิ่ง การฝึกของนักกีฬาต่างๆ
สิ่งที่พระองค์ประทานนั้น เป็นอย่างไร
อิสยาห์ ๕๕ ข้อ ๑-๕
- ไม่ต้องซื้อ คือผู้ที่ไม่มีเงิน ก็มาซื้อกินได้ คือ ต้องเอาชีวิตของเราทั้งชีวิตมาแลกเอาของนี้
- ไม่ต้องเสียค่า แต่ว่า ถึงมีเงินก็ซื้อเอาไม่ได้ เพราะไม่มีขายทั่วไป
- เป็นสิ่งที่ให้วิญญาณมีชีวิตตลอดไป (ชีวิตนิรันดร์)
พระเจ้าทรงเรียกเราให้เป็น
โคโลสี ๑ ข้อ ๑๓-๑๔ พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความมืด และได้ทรงย้ายเรามาตั้งไว้ในแผ่นดินแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์ ๑๔ ในพระบุตรนั้นเราจึงได้รับการไถ่ ซึ่งเป็นการทรงโปรดยกบาปทั้งหลายของเรา
- ประชากรของพระเจ้า
- พ้นจากอำนาจของความืด
- ย้ายมาตั้งอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า
- เป็นบุตรที่รัก
- ได้รับการไถ่ ยกบาปทั้งหลาย ของเรา
ยอห์น ๘: ๓๒ และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไทย

ประการที่ ๒ ทรงเชิญชวนให้เราเรียนรู้จากพระองค์
ข้อ ๒๙ จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก
เมื่อพระเจ้าเรียกเรามาแล้ว พระเจ้ามีความประสงค์ที่จะให้เราได้เรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้น
บางคนอาจสงสัยว่า ให้หายเหนื่อยและเป็นสุข ทำไมต้องเอาอะไรมาใส่ที่บ่าอีก
พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะให้เรา เป็นผู้ส่งผ่านความสุขนี้ไปให้คนอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นเราจะต้องเรียนรู้ และ ต้องฝึกฝนตนเอง ก่อนที่เราจะออกไป เราต้องมีการฝึก และเรียนรู้
อิสยาห์ บทที่ ๕๕ ข้อที่ ๔ ดูเถิดเรากระทำให้ท่านเป็นพยานต่อประชาชาติทั้งหลายเป็นหัวหน้าและเป็นผู้บัญชาการเพื่อชนชาติทั้งปวง
๕. ดูเถิด เจ้าจะร้องเรียกประชาชาติซึ่งไม่รู้จัก และประชาชาติซึ่งไม่รู้จักเจ้าจะวิ่งมาหาเจ้า เหตุด้วยพระเจ้าของเจ้า และเพราะองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล เพราะพระองค์ทรงให้เจ้าได้รับเกียรติ
พันธกิจของเราคือ ว่า เราต้องเรียนรู้ และ มีหน้าที่เป็นพยานถึง ความจริงที่เปิดเผยแล้วในพระเยซูคริสต์

ประการที่ ๓ ทรงเชิญชวนให้เราเป็นผู้สื่อสารของพระเจ้า
๑ เปโตร ๒:๙ แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์
วิวรณ์ ๑๐ : ๑๑ และมีผู้บอกข้าพเจ้าว่า “เจ้าต้องพยากร์อีก เกี่ยวกับชนชาติทั้งหลาย บรรดาประชาชาติ ภาษา และ กษัตริย์ Then some voices said, "Keep on telling what will happen to the people of many nations, races, and languages, and also to kings."
ฮีบรู ๔:๑ เหตุฉะนั้นเมื่อพระสัญญายังมีอยู่ว่า จะให้เราเข้าสู่การพำนัก ซึ่งพระองค์ทรงประทานก็ให้เราทั้งหลายระมัดระวังอยู่เสมอ มิฉะนั้นจะมีบางคนในพวกท่านไปไม่ถึง ๒. เพราะว่าแท้ที่จริง เราได้รับข่าวอันประเสริฐเช่นเดียวกับเขา แต่ว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์จากข่าวอันประเสริฐ เพราะเขาไม่เชื่อ
Jonas Salk คนยิวที่เป็นผู้ค้นคว้า โดยใช้เวลา ถึง 8 ปี และได้ค้นพบวิธีผลิตวัคซีน ป้องกันโรคโปริโอ ในปี 1955 เขาได้ช่วยชีวิตคนจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก โดยไม่คิดที่จะจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา แด่ได้อุทิศตัวเพื่อการหายป่วยไข้ของชาวโลก การที่โจนาส จะทำสำเร็จได้คงไม่ใช่เรื่องง่าย เวลา เวลาในการทดลอง ลองผิด ลองถูกถึง 8 ปี จึงสำเร็จ บางครั้งเราอยากจะเห็นผลในงานของพระเจ้าไวๆ แต่ตัวเราก็ยังล้มเหลว และ ไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน แต่อย่าเพิ่งท้อถอยเลย ข้าพเจ้าใคร่ขอเชิญชวนผู้ฟังทุกคน ทำเช่นเดียวกัน คือ รับคำเชิญชวนของพระเยซู มอบตัว มอบใจ ถวายแด่พระเจ้า เป็นเครื่องบูชาอันมีชีวิตอยู่ (โรม ๑๒:๑-๒๗ เพื่อรับชีวิตใหม่อย่างแท้จริง ยอมให้พระวจนะของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงภายในสู่ภายนอก รับแอกแห่งความรักของพระเยซูแบกไว้ เดิมตามพระเยซู ร่วมเรียนรู้ไปกับพี่น้องคริสเตียนในคริสตจักรทุกคน ให้เราเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงใช้ได้ ถือพระแสงแห่งพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า ให้ที่ทำงานของเราเป็นที่ประกาศ การทรงไถ่ บอกเล่าเรื่องราวการยกบาปของพระเยซู บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อคนทุกประเภทถึงเหตุผลที่เขาจะต้องกลับใจใหม่ ความสุขความยินดีในแผ่นดินของพระเจ้า และมีความรอดเหมือนที่พวกเราได้รับแล้ว ถึงแม้ภาระ และพันธกิจที่ทำตามพระบัญญชาจะยาก และน่าเหนื่อยแต่พระเยซูบอกว่า... “จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม เราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก” ข้าพเจ้าขอปิดการเทศนาในวันนี้ด้วย พระธรรมตอนหนึ่งซึ่งได้กล่าวว่า (วิวรณ์ ๒๒:๑๗ ) พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า “เชิญมาเถิด และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า “ เชิญมาเถิด” และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย”
Amen

กลอุบายของมาร และธรรมชาติของเนื้อหนัง-2 Tricks of The Evil

 ในการต่อสู้ทุกอย่างผู้เข้าร่วมทำสงครามต้องรู้ ยุทธวิธีในการรบ  การที่จะสามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ต้องอาศัยการศึกษายุทธอุบายของฝ่ายตรง ข้ามเมื่อเรารู้แล้ว เราก็จะสามารถวางแผนการรบได้อย่างมีชัยชนะ เรียกว่า รู้เขารู้เรา

ยุทธวิธีพื้นฐานที่มนุษย์ในการทำลายกันมารก็ใช้เดียวกันนี้จัดการกับคริสเตียนทุกยุคทุกสมัย


1. การหลอกให้คริสตจักรเข้าใจว่าไม่มีฤทธิ์อำนาจของพระเยซูคริสต์อีกแล้
           ซาตานใช้อุบายหลอกลวงว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีฤทธิอำนาจในการอัศจรรย์ในผู้เชื่ออีกแล้ว
คริสเตียนจำนวนเป็นล้านๆ คนนับถือพระเยซูคริสต์เป็นเพียงศาสนา และที่พึ่งทางใจ เหมือนกับคนที่นับถือศาสนาที่พระเจ้าเป็นเพียงสิ่งที่มือมนุษย์สร้างขึ้น เป็นวิญญาณทั่วไป เป็นเจ้า เป็นเทพ หรือวิญญาณเร่ร่อน ไร้ที่อยู่  บางคนเป็นคริสเตียนมาตลอดชีวิตไม่เคยคิดเลยว่า การเป็นคริสเตียนคือการเข้าสู้สงครามแห่งวิญญาณ คือต้องเข้าร่วมในการต่อสู้ทางวิญญาณกับเหล่าวิญญาณร้าย นานาชนิด ทั้งผีไทย ผีจีน ผีสิงคโปร์ ผีอินเดีย ผีเนบาล และผีท้องถิ่นไทยอีกเป็นสิบๆ ๆชนิด

คริสเตียนจำนวนมากมีความเข้าใจไม่มากนักเกี่ยวกับการอธิษฐานวางมือรักษาโรค  เขาหลายคนไม่เคยคิดว่าพระเยซูยังรักษาโรคให้กับตนเองได้  หรือยิ่งกว่านี้พวกเขาสามารถอธิษฐานอวยพรให้คนหายป่วยหายไข้ได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อพวกเขาเจ็บป่วยพวกเขาแสวงหาการช่วยเหลือจากพวกหมอดู  พวกทรงเจ้า การดูฤกษ์ยาม  และคนทรงมากกว่าการพึ่งพาคนของพระเจ้า  ผู้เชื่อเหล่านี้รู้สึกหมดหวัง ไร้ที่พึ่งจึงต้องไปหาสิ่งอื่นก่อน เพราะคนของพระเจ้าจำนวนหนึ่งมีดีแค่คำสอนทางศาสนาที่ลึกล้ำ  แต่มีการทรงสถิตของพระเจ้าในชีวิตพวกเขาเพียงเล็กน้อย ไม่มากพอที่จะทำการอัศจรรย์ หรืออธิษฐานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ คริสเตียนจึงถูกหลอกให้เข้าใจว่า ฤทธิอำนาจในการรักษาโรคของผู้เชื่อหายไปแล้วตั้งแต่ 2000 ปีก่อน บางคนได้รับความรู้อย่างผิดๆ เกิดความเชื่อว่าฤทธิ์อำนาจในสมัยเริ่มแรกนั้นเพื่อการตั้งคริสตจักรแรกเมื่อสองพันปีก่อนที่ผ่านแล้วเท่านั้น


2. หลอกให้แตกความสามัคคีกัน แย่งกันเป็นใหญ่ แย่งผลงาน เกียรติและศักดิ์ศรี
         ซาตานจะหัวเราะจนฟันมันปลอมแทบจะหลุด  เมื่อมันเห็นคริสเตียนทะเลาะกัน แย่งกันเป็นใหญ่ แย่งผลประโยชน์กันภายในคริสตจักร ยุทธวิธีนี้ได้ผลมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือการให้ขนมหวานและผลประโยชน์แก่คนภายใน เพื่อให้ทรยศต่อองค์กรด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว คนจะทำดีต่อกันเมื่อมีการประสานประโยชน์กันอย่างลงตัว แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่า "ไม่เป็นธรรม" "ทำไมเราไม่ได้เท่าเขา" คริสเตียนที่อ่อนแอทางความเชื่อจะเริ่มแตกความสามัคคี และแยกวง  พยายามกดดันให้ผลประโยชน์ลงตัว


มีหลายๆ ครั้งเราพบว่า แม้แต่การแจกของขวัญในวันคริสต์มาส หากมีบางคนที่ไม่ได้รับของขวัญที่ทางคริสตจักรทำแจกสำหรับสมาชิกทุกคน สมาชิกบางคนจะงอนและไม่ไปโบสถ์  บางคนจะไม่มาโบสถ์และใส่เกียร์ถอยจากความเชื่อและการสามัคคีธรรมไปเลย  ผู้นำต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยในการปลอบประโลมให้กลับเข้ามานั่งฟังคำสอนในโบสถ์อีกครั้ง


ในจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน มีคณะผู้ประกาศจากเมืองนอกมาเยี่ยมเยียนและฟื้นฟูจิตวิญญาณของผู้เชื่อคริสเตียนในจังหวัดนี้ การฟื้นฟูจัดอย่างยิ่งใหญ่ในโรงเรียนหรูระดับ 4 ดาว คณะผู้ประสานงานร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดีเหมือนที่เคยช่วยกันมา ไม่ว่าจะเป็นการประกาศกลางแจ้ง การประชุมรักษาโรคด้วยฤทธิเดชการอัศจรรย์ในพระนามพระเยซู  ในครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูที่นับว่าใหญ่ไม่เบา เพราะคณะที่มามีของประทานแห่งพระวิญญาณในการเทศนาอย่างมาก

คริสเตียนทุกคณะ ทุกคริสตจักรที่เข้าร่วมได้รับการฟื้นฟูจิตใจอย่างมาก  แต่หลังจากการเสร็จงาน  ปรากฎว่าคณะผู้จัดงานที่มาจากหลายคณะได้รับมอบถวาย "วัตถุ" ที่มีค่ามหาศาลในสายตาของผู้รับใช้พระเจ้ายากจนหลายๆ คน คือจากหน่วยข่าวกรองได้รายงานมาว่า  ผู้ที่เป็นผู้ประสานงานหัวแรงใหญ่เกิดผิดพลาดอะไร หรือเข้าใจผิดไปอย่างไรไม่ทราบ  ปรากฎว่าผู้ประสานงาน แบ่งสิ่งของให้เฉพาะกับคนที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะสมไป 1 ชิ้น ที่เหลือ 2 ชิ้นตัวเองเอาไว้ใช้เอง  แต่กลุ่มอื่นที่มาร่วมไม่ได้รับ เขาเลยคิดว่าท่านโลภและเห็นแก่ตัวเกินไป ทั้งที่ความจริงเป็นเช่นไรไม่มีใครทราบแน่ชัด 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความบาดหมางอย่างใหญ่หลวงในหมู่นักการศาสนาในจังหวัด ผู้เขียนได้รับทราบจากเพื่อนบางคนบอกว่า บางคนโกรธท่านไปจนตายก็มีและท่านผู้จัดคนนี้ก็ทำหายหน้าไปจากวงการ ไม่ทราบว่ามีการแสดงความเสียใจ มีการขอโทษ  หรือมีการเคลียร์ปัญหากันอย่างไร  เพราะไม่มีใครรู้ความจริง  หลังจากนั้นไม่นานหลายท่านก็มีพันธกิจระดับพออยู่พอกิน แต่ละคนก็ไม่ค่อยจะสนใจใครมากนัก   ความสามัคคีของคริสตจักรต่างๆ ภายในจังหวัดจึงกลายเป็น "วงแตก" ไม่มีความไว้วางใจกันอย่างจริงใจ และยังไม่มีใครสามารถมาประสานรอยร้าวและความผิดใจกันในครั้งนั้นได้  ต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ความสามัคคีจึงมีอยู่บ้างระดับหนึ่งแต่ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนอะไรได้


สิ่งเหล่านี้จึงปรากฏชัดเจนว่า ซาตานจะใช้ "โอกาส " และ "ความโลภ" ความต้องการของเนื้อหนัง" เป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายและต่อต้านพระคริสต์ได้  เมื่อคริสตจักร ต่างๆ ไม่ชอบใจกัน ไม่สามารถมาอธิษฐานด้วยกัน ไม่สามารถร่วมงานกัน  หรือจัดการนมัสการอธิษฐานเผื่ออำเภอ หรือ จังหวัดด้วยกันได้  คริสตจักรต่างๆ จึงเป็นเหมือนกับ "กองกำลัง" มีการจัดการรบแบบ "โจรป่า" ที่ขาดผู้นำที่เข้มแข็งและทำการรบแบบไม่มียุทธศาสตร์ ตัวใคร ตัวมัน ต่างคนต่างหา "สปอนเซอร์" และ หาประโยชน์จากความใจดีขององค์กรต่างประเทศ ควบคู่กับการรับใช้เพื่อให้อยู่รอดไปวันๆ โดยไม่สามารถคาดหวังอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าที่เป็นอยู่ได้

หลายคริสตจักรจึงทำการงานของพระเจ้าโดยมีจุดประสงค์เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวผู้รับใช้ ความอยู่รอดของคริสตจักร มากกว่าการคาดหวังเพื่อประกาศพระคริสต์เพื่อเข้ายึดครอง ทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด

เมื่อขนาดของคริสตจักรมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาบ้าง  โตพอประมาณ คริสตจักรบางแห่งจะหยุดประกาศ และเริ่มนมัสการพระเจ้าเหมือนเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่ปรากฎการณ์ด้านฤทธิเดชของพระคริสต์ลดน้อยลงไปทุกที  ไม่มีการหายโรคอย่างชัดเจน การประกาศข่าวประเสริฐกลายเป็นเพียง งานคริสตมาสที่ กินๆ ดื่มๆ สนุกสนานกันไปปีแล้วปีเล่า เป็นเพียงกิจกรรมประจำปี ตรงกันข้ามกับที่นักอธิษฐานวิงวอนระดับโลกที่ได้วางยุทธศาสตร์การรุกของคริสตจักรคาดหวัง หรือวางยุทธวิธีไว้อย่างสิ้นเชิง

3. สร้างความคิดขัดแย้งให้เห็นว่ามีความไม่เป็นธรรมในการทำพันธกิจของคริสตจักร
กิจกรรมพันธกิจเป็นกิจกรรมที่ต้องเสียสละเหล่า นี้ได้แก่ การถวายสิบลด การอธิษฐาน การเป็นผู้นำ  การออกพื้นที่  การไปเป็นหัวหน้ากลุ่มเซล การเยี่ยมเยียนสมาชิกใหม่


ผู้นำคริสเตีียนที่ ยังอ่อนในเรื่องความเชื่อและเพิ่งบังเกิดใหม่ในพระเจ้าได้ไม่นาน(ยังเป็นทารก) จะบ่นเสมอเมื่อพบว่า การเข้าร่วมทำพันธกิจ การร่วมกิจกรรมเสียสละที่คริสตจักรจัดขึ้น  มีบางคนที่ไม่เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ บางคนก็มาสายเป็นประจำ บางคนไม่เคยถวายสิบลดทั้งๆ ที่เป็นผู้ปกครอง บางคนเป็นเหรัญญิกหรือเจ้าหน้าที่การเงินของคริสตจักรแต่ก็ไม่ปฎิบัติ การเข้าร่วมทำพันธกิจแม้มีคนที่เข้าร่วมเป็นประจำและสม่ำเสมอถวายสิบลดอย่างจริงจัง แต่เมื่อทำไปนานๆ เขาจะเริ่มสังเกตว่ามีคนบางคน บางกลุ่มไม่ทำ ไม่ถวาย ไม่มาให้เห็นหน้า  พวกเขาจะเริ่มมีปฎิกิริยาทางด้านลบต่อคนเหล่านั้น และจะเริ่มเลียนแบบพฤติกรรม และจะอ้างว่าพวกนั้นไม่ทำเราก็ไม่ทำเหมือนกัน คริสตจักรไม่ใช่ของเราคนเดียว ศิษยาภิบาลก็ไม่เห็นว่าอะไร ความคิดเห็นผิดๆ นี้เมื่อเริ่มขยายตัวอันตรายกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

ที่ผู้เขียนอยากจะขอโนต๊ไว้ตรงนี่หน่อยก็คือว่า มีคริสตจักรแห่งหนึ่งที่เพิ่งสร้างอาคารนมัสการเสร็จ เป็นอาคารใหญ่โตโอ่อ่ามาก  มีแอร์ มีผ้าม่าน  มีรถยนต์หลายคัน  มีปัจจัยพอสมควร  แถบยังมีทรัพยากรสนับสนุนมากมายเหลือเฟือ  ทั้งอาคาร ที่ดิน และวัสดุสำนักงาน เข้าใจว่าเป็นคริสตจักรรับเงินอุดหนุนจากฝรั่ง เนื่องจากเป็นโบสถ์ทุนหนา  แต่มีสมาชิกที่เป็นญาติมิตร คนงานในสังกัดไม่กี่คน  นักการศาสนาไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน  เมื่อมีคนยื่นความจำนงต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในสังกัด เพื่อช่วยกันสร้าง คริสตจักรของพระเจ้าให้มีสง่าราศรี  เพื่อขยายอาณาจักรของพระเจ้า เพื่องานจะได้เติบโตไวๆ

แต่ปรากฎว่า เมื่อมีการเสนอขอไปร่วมด้วย  คำตอบที่ได้รับมักไม่โสภาเลย คำพูดคำแรกที่ นักการศาสนาผู้รับผิดชอบโบสถ์ถามคำแรก ไม่ได้สนใจสอบถามสิ่งที่มนุษย์วิญญาณจะถาม เช่น
"พวกคุณจะมากันกี่คน คุณจะช่วยอะไรคริสตจักรบ้าง คุณมีของประทาน และภาระใจอะไร"

  แต่สิ่งที่เขาถามคือ

"คุณต้องถวายสิบลดให้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนะ" ถ้าได้ก็มาเลย

อ้าวนี้มันอะไรกัน  คุณไม่หว่าน ไม่ได้รดน้ำ  ไม่ได้พรวนดิน ไม่ได้ใส่ปุ๋ย แต่คุณอยากได้ผลประโยชน์ก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งๆ ที่คุณก็มีฝรั่งเลี้ยงอย่างอิ่มหมีพลีมัน พูดไปพูดมาเลยคุยกันไม่รู้เรื่องเลย

ดังนั้นผมจึงเข้าใจว่า ผลประโยชน์นี้คือ ตัวสร้างปัญหาให้กับชาวคริสต์มากพอสมควร


4. ใช้ลูกศรเพลิงของมาร
ใครที่ว่าแน่ หรือเข้มแข็งแค่ไหน ลองได้โดนลูกศรเพลิงของมารแล้ว ส่วนมากจะใส่เกียร์ว่าง หยุดนิ่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บทางอารมณ์  บางคนมีรากขมขื่น กลายเป็นคนขี้โรคเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นโรคร้าย เพราะคิดไม่ถึงว่าแท้จริงคำกล่าวหา คำกล่าวโทษ การด่าว่า ใส่ความ คืออาวุธของมารในการเด็ดหัวผู้่นำคริสเตียน หรือคนที่กำลังรุ่งขึ้นมาในด้านการรับใช้ การใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณ การใช้คำกล่าวหากล่าวโทษนี้จุดประสงค์หลักก็คือ  เพื่อบ่อนทำลายคริสตจักรให้อ่อนแอและไร้เรียวแรงในการทำพันธกิจอย่างเกิดผลเพื่อนำคนบาป คนที่ถูกมารทำร้ายมารับความรอดและ สันติสุขแท้ในพระเยซูเจ้า

คริสเตียนที่เริ่มจะเติบโตกับพระเจ้า เมื่อเริ่มได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลพันธกิจ  หรือกิจการของพระเจ้าในคริสตจักร  เมื่อทำงานอย่างขยันขันแข็งมากขึ้นเขาเริ่มได้รับเสียงชมจากพี่น้องและอาจารย์  เขาเริ่มมีความภาคภูมิใจ  แต่เมื่อมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขาเพียงไม่กี่คนหรือด้วยคำพูดที่โพล่งๆ พล่อยๆ บางคำ เมื่อมีคนปากคันไปเล่าให้เขาฟังหรือเมื่อข่าวในทางไม่ดีมาเข้าหู  เขาจะสะอึกและหยุดกึก และเริ่มใส่เกียร์ว่าง เขาเกิดอาการท้อแท้ เสียศูนย์ เป็นเหมือนนักรบที่บาดเจ็บไม่สามารถเป็นนักรบฝ่ายวิญญาณได้อีกต่อไป ความร้อนรนในการรับใช้เริ่มกลายเป็นความถดถอย และมองหาที่พักมากกว่าจะสวมชุดเกราะออกลุยเหมือนอย่างที่เคย  นี่คือจุดที่คนของพระเจ้าต้องระวังให้ดี มารมันพูดเก่งนะ มันพูดเก่งตั้งแต่สมัยอาดัม คือมนุษย์คนแรกแล้ว  มันพลิ้วลิ้นได้เก่ง บิดเบือนเก่ง เพื่อแยกคนจากพระเจ้า

ซาตาน รู้ว่าเมื่อกองทัพใดทหารเจ็บป่วยมากๆ การรุกไปข้างหน้าแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และซาตานจะไม่ยุ่งกับคริสตจักรที่ไม่ทำการประกาศ เพราะมันเหมือนตายอยู่แล้ว  แม้ว่าคริสตจักรหลายๆ แห่งจะทำการประกาศบ้างเพื่อให้โลกคริสเตียนรู้ว่า คริสตจักรของเราก็ประกาศนะ ในเวลา 1 ปีคริสตจักรจัดให้มีการประกาศพระคริสต์หนึ่งครั้งคือเทศกาลคริสต์มาส  พวกเขาจะใจดีเป็นพิเศษ ยอมทุ่มเงินมหาศาล ทั้งแจก ทั้งกินฟรี ดูโชว์ฟรี แถบได้รางวัลจับฉลากกลับบ้าน บางคนเป็นญาติคริสเตียนรับเชิญมาทุกปี  เป็นสิบๆ ปีแต่ไม่เคยคิดจะกลับใจ เพราะเขาคิดว่าศาสนาไหนก็สอนให้เป็นคนดีเหมือนกัน  เพราะเขาเห็นคริสเตียนกินเหล้าวันคริสต์มาสตามบ้านที่ติดๆ กับโบสถ์ด้วย

อาจารย์เปาโลได้สอนว่า  จงใช้โล่ห์แห่งความเชื่อ เพื่อจะสามารถดับลูกศรเพลิงของพญามารได้
นี่ขนาดไม่ใช่ลูกศรเพลิงของพญามารนะ แต่เป็นแค่ลมปากของคนที่ยอมให้ซาตานใช้ปาก พวกเขาก็เซถลา และล้มป่วย และเลิกทำการงานที่เป็นพันธกิจแห่งความรอดที่เป็นมหาบัญชาของพระคริสต์แล้ว

5. คำเยินยอยกย่องจนเหลิงและเสียคน กลับกลายเป็นความหยิ่งและไม่ฟังเสียงใคร
เมื่อคนรับใช้ที่สัตย์ซื่อเริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ความมั่นใจในตัวเองจะเริ่มสูงขึ้น  ความรู้ทางศาสนศาสตร์เริ่มลึกซึ้ง ผู้นำคริสเตียนหลายๆ คนจะเริ่มหัวแข็ง คอแข็ง หูตึง และยกตัวเองให้สูงกว่าคนอื่น ขาดการถ่อมใจ  เขาจะเริ่มจับผิดคำเทศนาของคนอื่นๆ  ความคิดของเขาจะหักเห  ลงสู่แนวดิ่งเหมือนกับเส้นกราฟทางสถิติที่เมื่อถึงจะสูงสุด  เส้นกราฟจะหันหัวตกลง ตกลง ตกลง ในที่สุดเขาจะหัวทิ่ม พุ่งลงเหมือนเครื่องบินรบโดนยิงด้วยขีปนาวุธที่วิ่งเข้าหาความร้อน ซาตานใช้คำเยินยอปอปัน เพื่อล่อให้เนื้อหนังพองตัว เพื่อรอวันสดุดล้มต่อไป

6. ความสวยงามของเนื้อหนังและความสอดรู้สอดเห็นและ ไม่รู้จักพอ
  2 ซมอ 11.2-4 +
เมื่อกษัตริย์ดาวิดเริ่มเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ กลายเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจวาสนาพระองค์ไม่ได้ออกไปรบอีกต่อไปเพราะกองทัพ ของพระองค์เกรียงไกร มีขุนพลคู่ใจมากมาย จอมกษัตริย์ชอบเดินเล่นในที่ที่ไม่ควรไปจนวันหนึ่งขณะเดินเล่นบนดาดฟ้า  มองเห็นเมียของทหารที่สวยงามผุดผ่อง กำลังอาบน้ำ รูปร่างคงจะสท้านทรวงผู้ชายบางคนมาก  จนพระราชาที่มีนางสนมมากมายอยู่แล้วทนไม่ได้  พระราชาใช้แผนฆ่าผัวทิ้งเพื่อชิงเอาเมียของเขามาเป็นของตน และแล้วพระราชาก็ทำฆาตกรรมอันโหดร้ายจนสำเร็จ

เนื่องการกระทำบาปซ้อนบาป และต่อเนื่อง  เมียทหารที่ไปรบเกิดท้อง  พระราชากลัวว่าเรื่องจะแดงจึงหลอกให้ทหารหนุ่มกลับไปนอนกะเมียที่บ้าน แต่ทหารหนุ่มมีวินัยสูง ไม่ยอมไปนอนที่บ้านกับเมียในขณะที่นายทหารผู้บังคับบัญชาของเขาอยู่ในสนามรบ  พระราชาจึงเอาเหล้ามอมเขาแล้วบอกให้ไปนอนกะเมียที่บ้าน พลทหารคนนี้ถึงเมาก็ยังมีสติ ไม่ยอมไปนอนกะเมียสาว

พระราชาดาวิดจนใจที่จะหลอกล่อ จึงทำวิธีการที่โหดร้ายที่สุด  ด้วยการสั่งให้นายพลคู่ใจส่งทหารที่เกิดมาอาภัพแต่ดันมีภรรยาสวนปานนางฟ้า ไปสู้รบในที่คับขันที่สุด แล้วให้เพื่อนๆ ทหารถอยขณะที่พลทหารคนนี้กำลังต่อสู้ จนเขาถูกฆ่าตาย พร้อมกับเพื่อนทหารบางคนในสนามรบ  ดาวิดให้คนไปรับเอาภรรยาของพลทหารคนนี้มาอยู่ในวัง  ดาวิดจึงได้เมียของทหารคนนี้ไปครอง ต่อมานางกลายเป็นแม่ของพระราชาซาโลมอนผู้เปรื้องปราชญ์ ภายหลังเราพบว่าเนื่องด้วยผลแห่งการกระทำบาปอันน่าละอาย  พระราชาต้องสูญเสียหน้าตา และบาปยังตกไปถึงลูกหลาน หลานชายยังเข้าหานางสนมของพ่อ และลูกที่เกิดจากนางต้องห้ามยังต้องเสียชีวิตไปเมื่อยังวัยเยาว์  ดีที่พระราชากลับใจทันเมื่อมีผู้รับใช้พระเจ้าปากกล้าอย่างนาธันไปเตือนสติ พระองค์
(พระคัมภีร์คริสเตียนบันทึกอย่างตรงไปตรงมา ไม่กลัวว่าศาสนาคริสต์จะเสียหน้า)

7. ประเคนด้วยทรัพย์สมบัติและความหลงไหลในทรัพย์จนลืมเป้าหมายพันธกิจของพระเจ้า

หลายคนที่ทำงานในองค์กรภาครัฐคงทราบดีว่าการโกงใบเสร็จเป็นสิ่งที่เป็น เรื่องธรรมดา บางทีเขาเรียกว่าการซื้อใบเสร็จ  จากประสบการณ์อันยาวนานในแวดวงธุรกิจและราชการเราพบว่า โครงการต่างๆ  จะสำเร็จเรียบร้อยและได้กำไรดี จะต้องมีการซื้อใบเสร็จ  พฤติกรรมการซื้อใบเสร็จ คือการไม่ซื้อของ แต่เอาแต่รายการจ่ายเขียนไว้ในใบเสร็จเท่านั้น  คนพวกนี้ไม่กลัวบาปเพราะเขาไม่รู้จักพระเจ้าและคิดว่าชีวิตมีแค่โลกนี้เท่านั้น  ไม่มีการลงโทษทางวิญญาณ ถึงมีก็ไม่กลัวเพราะเขามีความเชื่ออย่างผิดๆ ว่าบุญมันซื้อได้อยู่แล้ว ใครมีเงินมาก็สามารถไปสวรรค์ได้ขอเพียงทำการกุศลบ้าง

ความน่าอดสูอีกอย่างก็คือ นักการศาสนา นักบริหารโครงการ ที่รับเงินความช่วยเหลือจากการถวายของคนที่ "รักพระเจ้า" จากองค์กรต่างๆ  เพื่องานตามโครงการต่างๆ ของคริสตจักร หรือพันธกิจต่างๆ เงินถวายเหล่านี้ถูกโกงจากผู้ทำโครงการอย่างเงียบๆ  ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่มีการตรวจสอบ  พวกเขาบางคนโกงกินค่าอาหารเด็กกำพร้า โกงเงินค่าวัสดุภัณฑ์ ค่าน้ำมันรถ เขาโกงด้วยวิธีการที่หน้าอายที่สุดพวกเขาเขียนปลอมลายมือเด็ก เขาเบิกจ่ายเกินจากจำนวนจริง พวกเขายักยอกเพื่อปากท้อง และความโลภ พวกเขาได้เอาพระศิริของพระเจ้าไปแลกกับความเสื่อม รูปเคารพที่พูดไม่ได้ เป็นกระดาษลายสีแดง สีม่วง และสีเทาๆ  ทรัพย์อนิจจัง ของที่บูดเน่า สิ่งที่มดปลวกกินได้ พวกเขายักยอก กิน โกง เหมือนกับผีเปรตในนิยายของชาวโลก น่าละอายจริงๆ

จากประสบการณ์เราพบว่าในอดีตคริสเตียนกลุ่มหนึ่งไม่พอใจที่กลุ่มใหญ่ที่เป็น คริสตจักรแม่ที่เป็นเพียงองค์กรทางศาสนาที่เชื่อเรื่องฤทธิเดชแต่ไม่ค่อยมีฤทธิ์เดช  เน้นพิธีกรรม และระบบการแบ่งสรรอำนาจ การปกครองระบอบผู้ปกครองนิยม  ไม่นิยมการนมัสการการร้องเพลงที่ถึงใจที่เรียกว่า "การนมัสการในวิญญาณ" พวกเขาพากันแยกตัวออกมาตั้งเป็นองค์กรเอกเทศ เรียกชื่อต่างๆ กันไป

จากเหตุนี้ทำให้เกิดความบาดหมางและสร้างรอยร้าว คริสตจักรแตกแยก (ผมเข้าใจว่าคงเป็นเหตุให้ซาตานหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง เพราะไม่ต้องทำอะไรคริสเตียนก็เกลียดกันเอง) พวกเขาพากันออกมาสร้างรังใหม่ที่สดใสและคาดว่าจะรุ่งเรือง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนับ 40-50 ปีเราพบว่าพวกเขายังเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยที่เป็นอิสระมากเกินไปจนขาดวินัยหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น  การปกครอง วินัยด้านการคลัง  การวางแผนยุทธศาสตร์พัฒนาองค์กร  หรือเรื่องฝ่ายวิญญาณ  ไม่มีใครจะนำพวกเขาเข้าสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ พวกเขาขาดการวางแผนยุทธศาสตร์ ขาดการประเมินหน่วยงาน  ขาดผู้นำที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์  ขาดองค์ความรู้ในการบริหาร พวกเขาทำงานแบบตัวใครตัวมัน รวมตัวกันเพื่อมีสิทธิทางกฎหมายเท่านั้น

องค์กรของพวกเขารวมตัวกันอย่างหลวมๆ  การวางแผนการประกาศข่าวประเสริฐในแต่ละปีแทบจะไม่มี หรือมีแต่ก็เป็นเพียงแรงโหมจากเงินตราจากต่างประเทศที่ดันเข้ามาเป็นระยะ พวกเขาไม่ได้คิดเองทำเอง ลงทุนเอง เมื่อการประกาศจบลงคริสตจักรก็ไม่มีกำลังและความสามารถเพียงพอในการติดตาม
เลี้่ยงดู เพราะสมาชิกอ่อนแอ คริสตจักรไร้แรงขับ   เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ไฟที่ลุกไหม้กลับเป็นเพียงก้อนถ่านไฟในกองขี้เถ้า เมื่อมีคนมาเป่ามีแสงไฟออกมานิดหนึ่ง ฉับพลันก็มอดลงกลับไปเป็นเหมือนเดิม  มอดไหม้ใกล้ดับ เหี่ยวแห้ง และขาดกระบวนการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้มาทดแทน

ตอน นี้คริสเตียนไทยหลายองค์กรพยายามรวมตัวกันเพื่อสร้างความสามัคคีแต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะเมื่อใดที่เกิดมีผลประโยชน์เกิดขึ้นเพียงน้อยนิด  พวกเขาก็จะขัดแย้งกัน บางคนโกรธกันจนถึงวันตาย

...เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงคำอธิษฐานที่พระเยซูสอน คริสเตียนอธิษฐานเป็นประจำด้วยประโยคที่ว่า
"ขอพระองค์ทรงยกโทษให้ข้าพระองค์เหมือนที่ข้าพระองค์ยกโทษให้แก่ผู้ที่ผิดต่อข้าพระเจ้านั้น"

ก่อนที่พระเยซูจะเข้าสู่กางเขน พระเยซูอธิษฐานหลายชั่วโมง เพื่อขอต่อพระเจ้าที่จะดลใจให้ลูกของพระองค์สามัคคีกัน (ในพระธรรมยอห์นบทที่ 17 ทั้งบท) แต่ลูกของพระองค์ก็ชอบทะเลาะกัน ไม่ไว้ใจกัน ไม่สามารถร่วมมือกันในการอธิษฐานรวมพลัง การประกาศ การติดตามผลได้อย่างที่น่าจะเป็น

มาถึงวันนี้จะมีผู้นำคริสเตียนสักกี่คนที่ตระหนักและยอมสารภาพบาปต่อกัน ใครจะเป็นคนแรกที่เอ่ยปากขอโทษ เหมือนกับประธาธิปดีประเทศฟิจิที่ลงทุน ทำพิธีขอโทษชาวมุสลิมด้วยการล้างเท้าให้ผู้นำมุสลิมที่โกรธแค้นเนื่องจากชาว คริสต์ทำผิดต่อชุมชนมิสลิม 

ขอพระเจ้าประทานความถ่อมใจแก่ผู้นำชาวคริสต์

กลอุบายของมารบางอย่างที่เห็นชัดจากพระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Genesis 3:1-7  Twists truth to seduce God's people
บิดเบือนความจริงให้คนทำบาป

1 Chronicles 21:1  Prompts people to sin
กระตุ้น ล่อให้คนทำบาป

Isaiah 14:12-1 Determines to "be like the Most High"
ให้เย่อหยิ่ง คิดว่าตนเองดีกว่าคนอื่น หรือไม่ยอมฟัง ให้คิดว่าตนเองเป็นพระเจ้า

Luke 4:13 Waits for "opportune" times when we are vulnerable"
ซาตานไม่ต้องการพักผ่อน มันคอยเวลาที่นักรบไม่ทันระวังตัว หรือมีอาการอ่อนแอ มันจะเข้าจู่โจมทันที
เหมือนลูกกวางที่วิ่งหนีจนอ่อนล้าเนื่องจากการถูกไล่ล่า หากเราเข้มแข็งมันก็หลบไปชั่วคราวเท่านั้น

Luke 8:12  "takes away the word out of their hearts"
ซาตานพยายามฉวยเอาถ้อยคำของพระเจ้าออกไปจากใจคนที่ได้ยินได้ฟัง
เพื่อไม่ให้เข้าใจถึงความจริง และจะไม่ได้รับอิสระภาพ

Luke 13:16  Puts people in bondage
มันจับคนที่อ่อนแอไปเป็นทาสจองจำ ด้่วยการผูกมัดไว้ กลายเป็นคนไร้ค่าสำหรับการดีทั้งปวง

Luke 22:3  "Can enter into those who reject God"
มันจะเข้าดลคนเหล่านั้นที่รักเงิน หรือลุ่มหลงในความบาป เพื่อให้ทำบาปมากขึ้น

เมื่อคริสตจักรรู้แน่ชัดอย่างนี้แล้วว่า เราต้องต่อสู้กับใคร ต้องมาหันมาปรับกระบวนทัศน์ในการจัดการ
คริสตจักรแบบใหม่ เพื่อคริสเตียนจะสามารถสู้กับวิญญาณที่มีระดับชั้นการปกครองอยู่เหนือโลก
และกิจการทั้งหลายที่เราต้องไปสัมผัสและต้องร่วมอยู่ด้วย

มื่อ เราเริ่มตระหนักถึงการครอบ ครองของฐานที่มั่น (Strongholds) ฝ่ายวิญญาณของความมืด คริสตจักรจะทำอย่างไรจึงจะทำการยึดคืนฐานที่มั่นในเขตรับผิดชอบ คือชุมชนที่รอบๆ คริสตจักรเพื่อช่วยปลดปล่อยผู้คนออกจากการเป็นทาสของมาร ให้กลับมานมัสการพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ รับสันติสุข มีชีวิตที่เต็มล้นด้วยแม่น้ำแห่งชีวิตได้อย่างไร
 

ไม่มียุทธศาสตร์ใดๆ ที่จะสามารถเอาชนะเหล่าผู้ปกครองแห่งอาณาจักรแห่งความมืดได้นอกเสียจาก
คริสตจักรจะสามัคคีกัน  ร่วมมือกัน วางแผนร่วมกัน เข้าต่อสู้ในสงครามนี้ด้วยการแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสต์เท่านั้น


2 โครินธ์ 10.3
(3) เพราะว่า ถึงแม้เรายังดำเนินอยู่ในเนื้อหนังก็จริง แต่เราก็ไม่ได้สู้รบตามฝ่ายเนื้อหนัง
(4) เพราะว่าศาสตราวุธแห่งการสงครามของเราไม่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง แต่มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าที่จะทลายป้อมอันแข็งแกร่งลงได้)

คำสาปแช่งที่ภูเขาเอบาล- Curses from Mount Ebal



คนทั่วไปไม่ว่าศาสนาไหน ก็กลัวบาปกันทั้งนั้น แต่พอนานๆ ไป ชักไม่กลัว พอเห็นคนอื่นๆ ทำบาปแล้วไม่เห็นเป็นไร จึงอาจคิดไปว่าบาปมันตามไม่ทัน และไม่มีผลอะไร อ่านบทความนี้แล้ว ลองจำไว้ ลองพิจารณาดูคนที่ทำบาป ไม่นานเขาจะรับผลบาปในชั่วชีวิตนี้เอง ไม่ต้องรอให้ตายก่อน

พฤติกรรมต่อไปนี้เป็นเหตุให้คำแช่งสาปตกลงมาถึงคนเหล่านั้นที่ประพฤติปฎิบัติอย่างนี้ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร นับถือศาสนาใด เพราะโลกนี้มีอำนาจการปกครองฉันใด ในโลกของวิญญาณก็มีการปกครองเช่นกันฉันนั้น พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกที่ชาวโลกที่ไม่รู้จักพระเจ้าบางคนเรียกกันว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิในสากลโลก"


คำสาปแช่งนี้ไม่เพียงเห็นผลอย่างชัดเจนในขณะมีชีวิตอยู่แล้ว เมื่อชีวิตตายไปจะพบการพิพากษาลงโทษ คือวิญญาณถูกโยนทิ้งลงไปในบึ้งไฟที่ไม่มีวันดับสูญ ลูกหลานผู้สืบทอดยังได้รับคำแช่งสาปนี้ต่อไปอีกด้วย


พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 27 ข้อ 15-26

15. ผู้ ใดที่กระทำรูปเคารพเป็นรูปสลักหรือรูปหล่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแด่พระเจ้า เป็นสิ่งที่ทำด้วยฝีมือช่าง และตั้งไว้อย่างลับๆ ให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง'


16“ 'ผู้ใด หมิ่นประมาทบิดาของตนหรือมารดาของตนให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'


17“ 'ผู้ใดที่ยักย้ายเสาเขตของเพื่อนบ้าน ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง' (ย้ายหลักเขตเพื่อโกงที่ดินเพื่อนบ้าน)


18“ 'ผู้ใดทำให้คนตาบอดหลงทาง ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง' (แกล้งคนไม่รู้ให้เสียประโยชน์, เสียประโยชน์)

'
19“ 'ผู้ใดทำให้เสียความยุติธรรมอันควรได้แก่คนต่างด้าว ลูกกำพร้า และแม่ม่าย ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'


20“ 'ผู้ใดสมสู่กับภรรยาของบิดาตน เพราะเขาได้เปิดผ้าของนางผู้เป็นของบิดา ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'


21“ 'ผู้ใด สมสู่กับสัตว์เดียรัจฉานชนิดใดๆ ก็ตามให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'


22“ 'ผู้ใดที่ สมสู่กับพี่สาวหรือน้องสาว จะเป็นบุตรสาวของบิดาหรือบุตรสาวของมารดาของตนก็ตามให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'

23“ 'ผู้ใด สมสู่กับแม่ยายของตน ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'

24“ 'ผู้ใด ฆ่าเพื่อนบ้านของตนอย่างลับๆ ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'

25“ 'ผู้ใด รับสินบนให้ฆ่าบุคคลที่มิได้กระทำผิด ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'

26“ 'ผู้ใดไม่ดำรงถ้อยคำแห่งธรรมบัญญัตินี้โดยการกระทำตาม ให้ผู้นั้นรับคำสาปแช่ง'

ศาสนาและธรรมบัญญัติมีจุดประสงค์เพื่อให้มนุษย์รู้จักขอบเขตในการประพฤติของตนว่า มีขอบเขต มีเสรีภาพเพียงใด หากไม่ได้บัญญัติไว้ มนุษย์ก็จะไม่รู้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก และเมื่อต่างคน ต่างเอาจิตสำนึกซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่่ากันมาวัดกันและกัน สังคมก็จะยุ่งเหยิงและไม่เกิดสันติสุข บ้านเมืองและสังคมก็จะมีแต่ภัยพิบัติ เดือดร้อน เนื่องจากตกอยู่คำแช่งสาปของธรรมบัญญัติ

ลักษณะของชีวิตที่ถูกคำแช่งสาป ดูต่อใน "บทความคำแช่งสาปจากธรรมบัญญัติ..."

95 Theses By Martin Luther

THE 95 THESES
by Martin Luther

1. When our Lord and Master Jesus Christ said, "Repent" (Mt 4:17), he willed the entire life of believers to be one of repentance.
2. This word cannot be understood as referring to the sacrament of penance, that is, confession and satisfaction, as administered by the clergy.
3. Yet it does not mean solely inner repentance; such inner repentance is worthless unless it produces various outward mortification of the flesh.
4. The penalty of sin remains as long as the hatred of self (that is, true inner repentance), namely till our entrance into the kingdom of heaven.
5. The pope neither desires nor is able to remit any penalties except those imposed by his own authority or that of the canons.
6. The pope cannot remit any guilt, except by declaring and showing that it has been remitted by God; or, to be sure, by remitting guilt in cases reserved to his judgment. If his right to grant remission in these cases were disregarded, the guilt would certainly remain unforgiven.
7. God remits guilt to no one unless at the same time he humbles him in all things and makes him submissive to the vicar, the priest.
8. The penitential canons are imposed only on the living, and, according to the canons themselves, nothing should be imposed on the dying.
9. Therefore the Holy Spirit through the pope is kind to us insofar as the pope in his decrees always makes exception of the article of death and of necessity.
10. Those priests act ignorantly and wickedly who, in the case of the dying, reserve canonical penalties for purgatory.
11. Those tares of changing the canonical penalty to the penalty of purgatory were evidently sown while the bishops slept (Mt 13:25).
12. In former times canonical penalties were imposed, not after, but before absolution, as tests of true contrition.
13. The dying are freed by death from all penalties, are already dead as far as the canon laws are concerned, and have a right to be released from them.
14. Imperfect piety or love on the part of the dying person necessarily brings with it great fear; and the smaller the love, the greater the fear.
15. This fear or horror is sufficient in itself, to say nothing of other things, to constitute the penalty of purgatory, since it is very near to the horror of despair.
16. Hell, purgatory, and heaven seem to differ the same as despair, fear, and assurance of salvation.
17. It seems as though for the souls in purgatory fear should necessarily decrease and love increase.
18. Furthermore, it does not seem proved, either by reason or by Scripture, that souls in purgatory are outside the state of merit, that is, unable to grow in love.
19. Nor does it seem proved that souls in purgatory, at least not all of them, are certain and assured of their own salvation, even if we ourselves may be entirely certain of it.
20. Therefore the pope, when he uses the words "plenary remission of all penalties," does not actually mean "all penalties," but only those imposed by himself.
21. Thus those indulgence preachers are in error who say that a man is absolved from every penalty and saved by papal indulgences.
22. As a matter of fact, the pope remits to souls in purgatory no penalty which, according to canon law, they should have paid in this life.
23. If remission of all penalties whatsoever could be granted to anyone at all, certainly it would be granted only to the most perfect, that is, to very few.
24. For this reason most people are necessarily deceived by that indiscriminate and high-sounding promise of release from penalty.
25. That power which the pope has in general over purgatory corresponds to the power which any bishop or curate has in a particular way in his own diocese and parish.
26. The pope does very well when he grants remission to souls in purgatory, not by the power of the keys, which he does not have, but by way of intercession for them.
27. They preach only human doctrines who say that as soon as the money clinks into the money chest, the soul flies out of purgatory.
28. It is certain that when money clinks in the money chest, greed and avarice can be increased; but when the church intercedes, the result is in the hands of God alone.
29. Who knows whether all souls in purgatory wish to be redeemed, since we have exceptions in St. Severinus and St. Paschal, as related in a legend.
30. No one is sure of the integrity of his own contrition, much less of having received plenary remission.
31. The man who actually buys indulgences is as rare as he who is really penitent; indeed, he is exceedingly rare.
32. Those who believe that they can be certain of their salvation because they have indulgence letters will be eternally damned, together with their teachers.
33. Men must especially be on guard against those who say that the pope's pardons are that inestimable gift of God by which man is reconciled to him.
34. For the graces of indulgences are concerned only with the penalties of sacramental satisfaction established by man.
35. They who teach that contrition is not necessary on the part of those who intend to buy souls out of purgatory or to buy confessional privileges preach unchristian doctrine.
36. Any truly repentant Christian has a right to full remission of penalty and guilt, even without indulgence letters.
37. Any true Christian, whether living or dead, participates in all the blessings of Christ and the church; and this is granted him by God, even without indulgence letters.
38. Nevertheless, papal remission and blessing are by no means to be disregarded, for they are, as I have said (Thesis 6), the proclamation of the divine remission.
39. It is very difficult, even for the most learned theologians, at one and the same time to commend to the people the bounty of indulgences and the need of true contrition.
40. A Christian who is truly contrite seeks and loves to pay penalties for his sins; the bounty of indulgences, however, relaxes penalties and causes men to hate them -- at least it furnishes occasion for hating them.
41. Papal indulgences must be preached with caution, lest people erroneously think that they are preferable to other good works of love.
42. Christians are to be taught that the pope does not intend that the buying of indulgences should in any way be compared with works of mercy.
43. Christians are to be taught that he who gives to the poor or lends to the needy does a better deed than he who buys indulgences.
44. Because love grows by works of love, man thereby becomes better. Man does not, however, become better by means of indulgences but is merely freed from penalties.
45. Christians are to be taught that he who sees a needy man and passes him by, yet gives his money for indulgences, does not buy papal indulgences but God's wrath.
46. Christians are to be taught that, unless they have more than they need, they must reserve enough for their family needs and by no means squander it on indulgences.
47. Christians are to be taught that they buying of indulgences is a matter of free choice, not commanded.
48 Christians are to be taught that the pope, in granting indulgences, needs and thus desires their devout prayer more than their money.
49. Christians are to be taught that papal indulgences are useful only if they do not put their trust in them, but very harmful if they lose their fear of God because of them.
50. Christians are to be taught that if the pope knew the exactions of the indulgence preachers, he would rather that the basilica of St. Peter were burned to ashes than built up with the skin, flesh, and bones of his sheep.
51. Christians are to be taught that the pope would and should wish to give of his own money, even though he had to sell the basilica of St. Peter, to many of those from whom certain hawkers of indulgences cajole money.
52. It is vain to trust in salvation by indulgence letters, even though the indulgence commissary, or even the pope, were to offer his soul as security.
53. They are the enemies of Christ and the pope who forbid altogether the preaching of the Word of God in some churches in order that indulgences may be preached in others.
54. Injury is done to the Word of God when, in the same sermon, an equal or larger amount of time is devoted to indulgences than to the Word.
55. It is certainly the pope's sentiment that if indulgences, which are a very insignificant thing, are celebrated with one bell, one procession, and one ceremony, then the gospel, which is the very greatest thing, should be preached with a hundred bells, a hundred processions, a hundred ceremonies.
56. The true treasures of the church, out of which the pope distributes indulgences, are not sufficiently discussed or known among the people of Christ.
57. That indulgences are not temporal treasures is certainly clear, for many indulgence sellers do not distribute them freely but only gather them.
58. Nor are they the merits of Christ and the saints, for, even without the pope, the latter always work grace for the inner man, and the cross, death, and hell for the outer man.
59. St. Lawrence said that the poor of the church were the treasures of the church, but he spoke according to the usage of the word in his own time.
60. Without want of consideration we say that the keys of the church, given by the merits of Christ, are that treasure.
61. For it is clear that the pope's power is of itself sufficient for the remission of penalties and cases reserved by himself.
62. The true treasure of the church is the most holy gospel of the glory and grace of God.
63. But this treasure is naturally most odious, for it makes the first to be last (Mt. 20:16).
64. On the other hand, the treasure of indulgences is naturally most acceptable, for it makes the last to be first.
65. Therefore the treasures of the gospel are nets with which one formerly fished for men of wealth.
66. The treasures of indulgences are nets with which one now fishes for the wealth of men.
67. The indulgences which the demagogues acclaim as the greatest graces are actually understood to be such only insofar as they promote gain.
68. They are nevertheless in truth the most insignificant graces when compared with the grace of God and the piety of the cross.
69. Bishops and curates are bound to admit the commissaries of papal indulgences with all reverence.
70. But they are much more bound to strain their eyes and ears lest these men preach their own dreams instead of what the pope has commissioned.
71. Let him who speaks against the truth concerning papal indulgences be anathema and accursed.
72. But let him who guards against the lust and license of the indulgence preachers be blessed.
73. Just as the pope justly thunders against those who by any means whatever contrive harm to the sale of indulgences.
74. Much more does he intend to thunder against those who use indulgences as a pretext to contrive harm to holy love and truth.
75. To consider papal indulgences so great that they could absolve a man even if he had done the impossible and had violated the mother of God is madness.
76. We say on the contrary that papal indulgences cannot remove the very least of venial sins as far as guilt is concerned.
77. To say that even St. Peter if he were now pope, could not grant greater graces is blasphemy against St. Peter and the pope.
78. We say on the contrary that even the present pope, or any pope whatsoever, has greater graces at his disposal, that is, the gospel, spiritual powers, gifts of healing, etc., as it is written, 1 Co 12[:28].
79. To say that the cross emblazoned with the papal coat of arms, and set up by the indulgence preachers is equal in worth to the cross of Christ is blasphemy.
80. The bishops, curates, and theologians who permit such talk to be spread among the people will have to answer for this.
81. This unbridled preaching of indulgences makes it difficult even for learned men to rescue the reverence which is due the pope from slander or from the shrewd questions of the laity.
82. Such as: "Why does not the pope empty purgatory for the sake of holy love and the dire need of the souls that are there if he redeems an infinite number of souls for the sake of miserable money with which to build a church? The former reason would be most just; the latter is most trivial.
83. Again, "Why are funeral and anniversary masses for the dead continued and why does he not return or permit the withdrawal of the endowments founded for them, since it is wrong to pray for the redeemed?"
84. Again, "What is this new piety of God and the pope that for a consideration of money they permit a man who is impious and their enemy to buy out of purgatory the pious soul of a friend of God and do not rather, because of the need of that pious and beloved soul, free it for pure love's sake?"
85. Again, "Why are the penitential canons, long since abrogated and dead in actual fact and through disuse, now satisfied by the granting of indulgences as though they were still alive and in force?"
86. Again, "Why does not the pope, whose wealth is today greater than the wealth of the richest Crassus, build this one basilica of St. Peter with his own money rather than with the money of poor believers?"
87. Again, "What does the pope remit or grant to those who by perfect contrition already have a right to full remission and blessings?"
88. Again, "What greater blessing could come to the church than if the pope were to bestow these remissions and blessings on every believer a hundred times a day, as he now does but once?"
89. "Since the pope seeks the salvation of souls rather than money by his indulgences, why does he suspend the indulgences and pardons previously granted when they have equal efficacy?"
90. To repress these very sharp arguments of the laity by force alone, and not to resolve them by giving reasons, is to expose the church and the pope to the ridicule of their enemies and to make Christians unhappy.
91. If, therefore, indulgences were preached according to the spirit and intention of the pope, all these doubts would be readily resolved. Indeed, they would not exist.
92. Away, then, with all those prophets who say to the people of Christ, "Peace, peace," and there is no peace! (Jer 6:14)
93. Blessed be all those prophets who say to the people of Christ, "Cross, cross," and there is no cross!
94. Christians should be exhorted to be diligent in following Christ, their Head, through penalties, death and hell.
95. And thus be confident of entering into heaven through many tribulations rather than through the false security of peace (Acts 14:22).